หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับนักธุรกิจออนไลน์ทุกท่าน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพเสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาชีพเสริม แสดงบทความทั้งหมด
การตลาดแบบดึงดูด
ทุกวันนี้หากเราไม่เขียนถึง หรือไม่กล่าวถึง ระบบการสร้างเครือข่ายแบบ Attraction Marketing หรือ บางคนเรียกว่า Magnetic Sponsor หรือ เรามักคุ้นหู ที่เรียกคำไทย ๆ ว่า การตลาด แบบดึงดูด ..
การตลาดแบบดึงดูด คืออะไร และ ส่งผลดีต่อ คนที่ทำธุรกิจ และใช้ระบบนี้อย่างไร
รายละเอียดเราค้นคว้าหาอ่านได้จาก กูเกิ้ล ซึ่งมีกูรู ผู้มีความรู้เขียนไว้มากมาย
ประเด็นหลัก ของการตลาดแบบดึงดูด คือ
ทำอย่างไร ให้ผู้คนที่มีนับหมื่น นับแสนคน เข้ามาติดต่อขอซื้อ สินค้าของเราเอง โดยที่เราไม่ต้องไปง้อขาย ไม่ต้องโทรตื้อ หรือไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากมายนัก แต่กระบวนการซื้อนั้น ลูกค้า เป็นคนติดต่อเราเอง และจ่ายเงินเอง เราส่งสินค้าอย่างเดียว หากเขียนถึงระบบนี้ ในเชิงการตลาดแบบเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันนี้ กำลังเป็นที่นิยม และกล่าวถึง ระบบ การทำงาน และ ธุรกิจเครือข่ายกันอย่างกว้างขวาง ...
การสร้างธุรกิจเครือข่าย โดยเน้นจุดขาย คือการสร้างตลาดแบบดึงดูดนั้น ก็คือ กระบวนการที่เรานำเสนอ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้กับคน ๆ นั้น ได้ตัดสินใจ และเรียนรู้เอง พร้อมกับ อยากเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายกับเราเอง โดยที่เราไม่ต้อง โทรติดตามอะไรมากมาย เพียงทักทายและทำความรู้จักกันเพิ่มเติม ก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยกันได้ ...
และแน่นอนครับ เมื่อธุรกิจ เครือข่าย บนอินเตอร์เน็ตเติบโต สิ่งหนึ่งที่จะตามมานั่นคือ ใคร ๆ ก็ต้องการใช้งานระบบ การทำงานแบบดึงดูดนี้ .. เช่นนั้น
เราจึงเห็น หลาย ๆ คนเริ่มทำโปรแกรม หรือระบบงาน เพื่อขายระบบ ขายโปรแกรมให้กับ คนทำธุรกิจเครือข่าย ได้ใช้งาน ... มูลค่าของการซื้อใช้ อาจจะมีมูลค่า หลักพัน หรือ หลักหมื่นบาทต่อปี นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถ ในการจัดการของระบบเหล่านั้น ...
และกูรู หรือผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ คนที่ทำธุรกิจการตลาดกับการตลาดแบบดึงดูดนี้ ส่วนมาก ก็จะมีรายได้จากการขายระบบนี่แหละครับ ...
ระบบที่ผมกล่าวถึงนี้ ได้ถูกออกแบบตั้งแต่ผม ได้เขียนเว็บไซค์บ้านยูแคนดูขึ้นมา และมากกว่านั้น คุณ ๆ สามารถเป็นเจ้าของระบบ อันทรงประสิทธิภาพนี้ได้อย่างฟรี ๆ
ที่นี่ เรามีระบบให้คุณใช้งานในการจัดการองค์กรเครือข่ายของคุณ และสร้างธุรกิจของคุณ ๆ ได้อย่างฟรี ๆ ....
มากกว่าระบบการจัดเก็บรายชื่อ หรือระบบดักจับรายชื่อ แต่เรา สามารถสร้างธุรกิจเครือข่าย ให้เกิดขึ้นได้จริง และมีมูลค่าทางการตลาดจริง ระบบการติดตาม องค์กรเครือข่ายของตัวเอง และทุก ๆ อย่างที่จะอำนวยความสะดวก ให้คุณสร้างธุรกิจของคุณได้อย่างสะดวกสบาย
หากจะตีมูลค่าของระบบงานที่ เรารองรับการทำงานของคุณ จะมีมูลค่านับหมื่นบาททีเดียว แต่วันนี้ คุณสามารถเป็นเจ้าของระบบการทำงาน ดี ๆ แบบนี้ได้อย่างฟรี ๆ ...
เราไม่คิดค่าใช้งานแม้แต่บาทเดียว ...
เป็นเจ้าของระบบงาน บริหารจัดการชั้นดีได้ เพียงร่วมงานกับเราเท่านั้นเองครับ
คุณทำ 2 สิ่งนี้ได้ คุณก็ทำกิฟฟารีนได้
หลาย ๆ คนเกิดความไม่แน่ใจว่าจะสมัครร่วมกับยูแคนดูดีไหม เอ สมัครแล้วเราจะทำได้ไหม จะสร้างองค์กรเครือข่ายให้เกิดได้ไหม แล้ว ถ้าทำอะไรบนเน็ตไม่เป็นเลย จะสร้างองค์กรได้อย่างไร เราจะทำได้จริงหรือ .... มันจะเป็นไปได้หรือ .... หลากหลายคำถาม ปนเป กันอยู่ในความรู้สึก ... วันนี้ผมมีคำถาม ถามคุณ สองข้อครับ ลองตอบดูครับ ว่า
1. สมัครร่วมกับบ้านยูแคนดูแค่ 180 บาท เพื่อลองทำอะไรบางสิ่งบางอย่างในชีวิต และถ้าทำได้ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง จะมีคุณค่าต่อตัวคุณและครอบครัวเหลือคณา ... ถามตัวคุณเองครับว่า คิดอะไรมากไปหรือเปล่า .... (คำถามอาจจะหนัก และผมไม่ได้ตั้งใจหมิ่นคุณ เพียงแต่ความเป็นจริง คือ เราจ่ายทำอย่างอื่น ที่บางครั้งไม่จำเป็นเลยสำหรับชีวิต มากกว่านี้ซะด้วยซ้ำไปครับ )
2. คุณซื้อสินค้าใช้ได้ไหม สบู่ ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน ล้างห้องน้ำ ถูบ้าน ล้างรถ ล้างหน้า อาหารเสริม เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้านพวกนี้คุณใช้อยู่แล้ว คุณไม่ได้จ่ายเพิ่มเลย แค่เปลี่ยน ที่ซื้อสินค้าใหม่ เปลี่ยนความคุ้นเคยนิด ๆ หน่อย ๆ ในชีวิต ....
เดือนละประมาณ 800-1,000 บาทคุณซื้อได้ไหม ...
ถามตัวคุณเอง 2 ข้อนี้เท่านั้นครับ หากคำตอบคือ ได้ ...
โอ .... ธุรกิจง่าย ๆ ก็เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้ว ...
ถ้าทุกคนทำ 2 ข้อนี้ แค่นี้นะครับ เครือข่ายของคุณจะโตแบบธรรมชาติ .. และเพียงไม่กี่เดือน คุณ ก็จะได้กำไรจากการซื้อสินค้าใช้ ....
นิดเดียวเอง พลิกมุมมองนิดเดียวครับ ลองจินตนาการดูนะ การตลาดแบบเครือข่ายแบบนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากเลย ...
เปิดรหัส 180 บาทตลอดชีวิต , ซื้อสินค้าใช้ 800-1,000 บาทต่อเดือน ภายในสองปี สามารถมีรายได้ เดือนละ 50,000 - 100,000 บาท/เดือน ...
ทำสองอย่างนี้คุณคิดว่ายากไหม ? ....
มันง่ายนิดเดียวครับ ....นิ๊ดเดียวเอง ... จริง ๆ นะ นั่นคือความเป็นจริงครับ
แล้วเครือข่ายจะเกิดได้อย่างไรละ ...
ถ้าแต่ละคนคิดว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ (และความจริง ที่มันเป็นอยู่ก็ง่าย ๆ ครับ) ...
เมื่อแต่ละคนเปิดอ่าน เว็บไซค์ ตามลิงค์ที่คุณโพส หรือคุณวางแบนเนอร์ (หากวางเองไม่เป็น เว็บไซค์เรามีโครงการรองรับ ) ถ้าทุก ๆ คน มองออกว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ
ทุก ๆ คนก็จะเปิดรหัส ซื้อสินค้าใช้ ทำธุรกิจร่วมกับเว็บไซค์ องค์กรของคุณก็จะเกิดโดยอัตโนมัติ ครับ ...
ผมมองธรรมชาติของธุรกิจเครือข่ายเป็นเรื่อง ง่าย ๆ มันไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วครับ ....
เชื่อไหม ... คนที่มีรายได้เดือนละ แสน ถึง เกือบ ๆ จะล้านบาทต่อเดือน ก็ทำแค่สองสิ่งนี้คือ
1. สร้างองค์กรเครือข่าย
2. องค์กรในเครือข่ายบริโภคสินค้า ...
แค่นี้แหละครับ ........
เรื่องง่าย ๆ และคุณก็เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง ...
ลองดูสิครับ ลองดูสัก 2 ปี ถ้าคุณทำสิงเหล่านี้แล้วคุณไม่เกิดรายได้เลย องค์กรคุณไม่โตเลย คุณก็เลิกทำ หรือถ้าไม่ชอบสินค้าเลย ก็เลิกใช้ไป ก็ไม่มีใครว่าอะไรคุณครับ ...
1. สมัครร่วมกับบ้านยูแคนดูแค่ 180 บาท เพื่อลองทำอะไรบางสิ่งบางอย่างในชีวิต และถ้าทำได้ ถ้ามันเกิดขึ้นจริง จะมีคุณค่าต่อตัวคุณและครอบครัวเหลือคณา ... ถามตัวคุณเองครับว่า คิดอะไรมากไปหรือเปล่า .... (คำถามอาจจะหนัก และผมไม่ได้ตั้งใจหมิ่นคุณ เพียงแต่ความเป็นจริง คือ เราจ่ายทำอย่างอื่น ที่บางครั้งไม่จำเป็นเลยสำหรับชีวิต มากกว่านี้ซะด้วยซ้ำไปครับ )
2. คุณซื้อสินค้าใช้ได้ไหม สบู่ ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน ล้างห้องน้ำ ถูบ้าน ล้างรถ ล้างหน้า อาหารเสริม เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้านพวกนี้คุณใช้อยู่แล้ว คุณไม่ได้จ่ายเพิ่มเลย แค่เปลี่ยน ที่ซื้อสินค้าใหม่ เปลี่ยนความคุ้นเคยนิด ๆ หน่อย ๆ ในชีวิต ....
เดือนละประมาณ 800-1,000 บาทคุณซื้อได้ไหม ...
ถามตัวคุณเอง 2 ข้อนี้เท่านั้นครับ หากคำตอบคือ ได้ ...
โอ .... ธุรกิจง่าย ๆ ก็เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้ว ...
ถ้าทุกคนทำ 2 ข้อนี้ แค่นี้นะครับ เครือข่ายของคุณจะโตแบบธรรมชาติ .. และเพียงไม่กี่เดือน คุณ ก็จะได้กำไรจากการซื้อสินค้าใช้ ....
นิดเดียวเอง พลิกมุมมองนิดเดียวครับ ลองจินตนาการดูนะ การตลาดแบบเครือข่ายแบบนี้ ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากเลย ...
เปิดรหัส 180 บาทตลอดชีวิต , ซื้อสินค้าใช้ 800-1,000 บาทต่อเดือน ภายในสองปี สามารถมีรายได้ เดือนละ 50,000 - 100,000 บาท/เดือน ...
ทำสองอย่างนี้คุณคิดว่ายากไหม ? ....
มันง่ายนิดเดียวครับ ....นิ๊ดเดียวเอง ... จริง ๆ นะ นั่นคือความเป็นจริงครับ
แล้วเครือข่ายจะเกิดได้อย่างไรละ ...
ถ้าแต่ละคนคิดว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ (และความจริง ที่มันเป็นอยู่ก็ง่าย ๆ ครับ) ...
เมื่อแต่ละคนเปิดอ่าน เว็บไซค์ ตามลิงค์ที่คุณโพส หรือคุณวางแบนเนอร์ (หากวางเองไม่เป็น เว็บไซค์เรามีโครงการรองรับ ) ถ้าทุก ๆ คน มองออกว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ
ทุก ๆ คนก็จะเปิดรหัส ซื้อสินค้าใช้ ทำธุรกิจร่วมกับเว็บไซค์ องค์กรของคุณก็จะเกิดโดยอัตโนมัติ ครับ ...
ผมมองธรรมชาติของธุรกิจเครือข่ายเป็นเรื่อง ง่าย ๆ มันไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วครับ ....
เชื่อไหม ... คนที่มีรายได้เดือนละ แสน ถึง เกือบ ๆ จะล้านบาทต่อเดือน ก็ทำแค่สองสิ่งนี้คือ
1. สร้างองค์กรเครือข่าย
2. องค์กรในเครือข่ายบริโภคสินค้า ...
แค่นี้แหละครับ ........
เรื่องง่าย ๆ และคุณก็เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง ...
ลองดูสิครับ ลองดูสัก 2 ปี ถ้าคุณทำสิงเหล่านี้แล้วคุณไม่เกิดรายได้เลย องค์กรคุณไม่โตเลย คุณก็เลิกทำ หรือถ้าไม่ชอบสินค้าเลย ก็เลิกใช้ไป ก็ไม่มีใครว่าอะไรคุณครับ ...
ความสำเร็จของยูแคนดู
เว็บไซค์กิฟฟารีนยูแคนดู เปิดดำเนินการได้กว่า 3 ปีแล้ว
เรามีสมาชิกที่สนใจธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ ร่วม 5000 กว่าคน และ
ที่ได้สมัครกับบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ แล้ว 3000 กว่ารหัส และ
เรามีโกลด์สตาร์ที่กำเนิดเกิดขึ้น จากธุรกิจออนไลน์แล้ว 39 รหัส ,
ณ วันนี้เรามีสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่ง Silver Star เกือบ 200 รหัส , Bronze Star 800 รหัส
เป็นสัญญาณที่ดี บ่งบอกว่าเว็บไซค์ และสมาชิกเรากำลังเติบโต และไม่นานนี้เราจักต้องมีโกลด์สตาร์อีก นับสิบรหัสที่กำลังเติบโตตามมา และตำแหน่งที่สูงขึ้น ๆ ไปอีก ก็จะมีตามมาเรื่อย ๆ
วันนี้ผมยังยืนยัน และตอกย้ำกับสมาชิก หรือท่านที่ยังไม่ตัดสินใจดำเนินธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ว่า การดำเนินธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ นั้นเป็นเรื่องง่าย – ง่าย ง่ายมาก ๆ ซะด้วยซ้ำไป
ด้วยว่าวันนี้เพียงเราเปลี่ยนที่ซื้อสินค้า ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากห้าง supermarket เช่น Big C, Lotus, 7-Eleven หรือห้างอื่น ๆ ที่เรามักเคยชิน และเป็นพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เคยชิน โดยที่เราไม่ได้ประโยชน์อันใดตามมาจากการบริโภคสินค้าที่อยู่ใน Supermarket เหล่านั้นเลย โดยอาจจะเริ่มจากการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้แล้ว หมดไปแล้วและต้องการซื้อใช้ใหม่ เช่น ยาสีฟัน , ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน , หรือบางท่านอาจจะเริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ได้
ในแต่ละเดือนเราบริโภคสินค้าไม่ใช่น้อย ๆ เลยครับ บางครอบครัวนับเป็นหลักพันบาทต่อเดือน เมื่อเราซื้อของมาใช้ ถ้าเราลงบัญชีค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แน่นอนครับ ต้องลงในช่องค่าใช้จ่าย เพราะนั่นคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในครอบครัว ….
ในทางตรงกันข้าม วันนี้ท่านลองจินตนาการดูนะครับ สมมุติว่า วันนี้ท่านตัดสินใจ ทำบัตรสมาชิกที่ศูนย์กิฟฟารีน ที่ศูนย์ไหนก็ได้ สักที่หนึ่ง แล้วท่านก็ซื้อสินค้าใช้ แน่นอนครับ ในช่วงเดือนแรก ๆ ถ้าลงบัญชีเหมือนเราซื้อสินค้าตามห้าง supermarket ท่านอาจจะลงในช่องค่าใช้จ่าย … ในระหว่างการใช้สินค้าเหล่านั้น ถ้าท่านร่วมสร้างองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคร่วมกับเว็บไซค์ ซึ่งท่านอาจจะทำโดยการร่วมวางแบนเนอร์กับเว็บไซค์ ให้อินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซค์ทำงานแทนท่าน 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์
ใน 1 เดือนถ้ามีผู้ร่วมดำเนินธุรกิจ หรือมีคนสนใจในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ร่วมกับท่านเพียงแค่ 3 คน เพียงแค่ 3 คนต่อเดือน ในหนึ่งปี ท่านจะมี รายได้จากการบริโภคสินค้า นับหมื่นบาทต่อเดือน และด้วยปัจจุบัน การเชื่อมต่อเครือข่าย ที่สามารถเชื่อมต่อได้ถึงบ้าน เช่นนั้นโอกาสในการสร้างเครือข่ายของท่าน ยังมีผู้คนที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือไม่รู้เรื่องการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค อีกนับล้านคน เช่นนั้นโอกาสในสร้างเครือข่ายของท่าน จึงไม่มีคำว่าตีบตัน ในทางตรงกันข้ามกลับเติบโต ขึ้นทุก ๆ วัน โดยท่านเพียงลงทุนซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เฉกเช่นเดิม ๆ ของท่าน
ย้อนกลับไปลงบัญชีครัวเรือน สินค้าที่ท่านซื้อจากศูนย์กิฟฟารีน ต่อ ๆ ไปอาจจะลงในช่อง การลงทุนทำธุรกิจ นั่นหมายความว่าจะมีรายได้กลับมาจากการซื้อสินค้าใช้ของคุณเอง และสมมุติว่าใน 1 ปี องค์กรคุณเติบโต สร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน นั่นหมายความว่าในแต่ละเดือนนั้นคุณได้ใช้สินค้าฟรี และมีรายได้เข้าสู่ครัวเรือน …. เพราะนี่คือผลพวง ของการสร้างเครือข่าย ผลพวงของระบบธุรกิจเครือข่าย ที่คุณได้สร้างเอาไว้ …
เดือนนี้คุณซื้อสินค้าใช้ 1,000 บาท แต่คุณมีรายได้จากเครือข่ายที่สร้างเอาไว้ 10,000 บาท นั่นหมายความว่า คุณได้กำไร และได้ใช้สินค้า ฟรี ตลอดชีวิต ของคุณ …
เห็นไหมครับ ธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ สร้างผลอะไรให้กับชีวิตเราบ้าง ด้วยระบบการทำธุรกิจง่าย-ง่าย เพียงวันนี้คุณตัดสินใจเปิดรหัสธุรกิจของคุณร่วมกับเรา ลองสร้างธุรกิจเครือข่ายของคุณดูสิครับ ไม่แน่นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่มองดูว่าเล็กน้อย แต่ผลส่งที่ตามมา นั้นมหาศาลเชียวครับ ถ้าคุณมองภาพการเติบโตของตลาด การเติบโตของเครือข่ายออก ตลาดผู้บริโภคจะยังคงเติบโต ต่อเนื่อง และโตอีกมากมายเชียวครับ
เรามีสมาชิกที่สนใจธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ ร่วม 5000 กว่าคน และ
ที่ได้สมัครกับบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ แล้ว 3000 กว่ารหัส และ
เรามีโกลด์สตาร์ที่กำเนิดเกิดขึ้น จากธุรกิจออนไลน์แล้ว 39 รหัส ,
ณ วันนี้เรามีสมาชิกที่ขึ้นตำแหน่ง Silver Star เกือบ 200 รหัส , Bronze Star 800 รหัส
เป็นสัญญาณที่ดี บ่งบอกว่าเว็บไซค์ และสมาชิกเรากำลังเติบโต และไม่นานนี้เราจักต้องมีโกลด์สตาร์อีก นับสิบรหัสที่กำลังเติบโตตามมา และตำแหน่งที่สูงขึ้น ๆ ไปอีก ก็จะมีตามมาเรื่อย ๆ
วันนี้ผมยังยืนยัน และตอกย้ำกับสมาชิก หรือท่านที่ยังไม่ตัดสินใจดำเนินธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ว่า การดำเนินธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ นั้นเป็นเรื่องง่าย – ง่าย ง่ายมาก ๆ ซะด้วยซ้ำไป
ด้วยว่าวันนี้เพียงเราเปลี่ยนที่ซื้อสินค้า ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากห้าง supermarket เช่น Big C, Lotus, 7-Eleven หรือห้างอื่น ๆ ที่เรามักเคยชิน และเป็นพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เคยชิน โดยที่เราไม่ได้ประโยชน์อันใดตามมาจากการบริโภคสินค้าที่อยู่ใน Supermarket เหล่านั้นเลย โดยอาจจะเริ่มจากการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้แล้ว หมดไปแล้วและต้องการซื้อใช้ใหม่ เช่น ยาสีฟัน , ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน , หรือบางท่านอาจจะเริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ได้
ในแต่ละเดือนเราบริโภคสินค้าไม่ใช่น้อย ๆ เลยครับ บางครอบครัวนับเป็นหลักพันบาทต่อเดือน เมื่อเราซื้อของมาใช้ ถ้าเราลงบัญชีค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แน่นอนครับ ต้องลงในช่องค่าใช้จ่าย เพราะนั่นคือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในครอบครัว ….
ในทางตรงกันข้าม วันนี้ท่านลองจินตนาการดูนะครับ สมมุติว่า วันนี้ท่านตัดสินใจ ทำบัตรสมาชิกที่ศูนย์กิฟฟารีน ที่ศูนย์ไหนก็ได้ สักที่หนึ่ง แล้วท่านก็ซื้อสินค้าใช้ แน่นอนครับ ในช่วงเดือนแรก ๆ ถ้าลงบัญชีเหมือนเราซื้อสินค้าตามห้าง supermarket ท่านอาจจะลงในช่องค่าใช้จ่าย … ในระหว่างการใช้สินค้าเหล่านั้น ถ้าท่านร่วมสร้างองค์กรเครือข่ายผู้บริโภคร่วมกับเว็บไซค์ ซึ่งท่านอาจจะทำโดยการร่วมวางแบนเนอร์กับเว็บไซค์ ให้อินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซค์ทำงานแทนท่าน 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์
ใน 1 เดือนถ้ามีผู้ร่วมดำเนินธุรกิจ หรือมีคนสนใจในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ร่วมกับท่านเพียงแค่ 3 คน เพียงแค่ 3 คนต่อเดือน ในหนึ่งปี ท่านจะมี รายได้จากการบริโภคสินค้า นับหมื่นบาทต่อเดือน และด้วยปัจจุบัน การเชื่อมต่อเครือข่าย ที่สามารถเชื่อมต่อได้ถึงบ้าน เช่นนั้นโอกาสในการสร้างเครือข่ายของท่าน ยังมีผู้คนที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือไม่รู้เรื่องการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค อีกนับล้านคน เช่นนั้นโอกาสในสร้างเครือข่ายของท่าน จึงไม่มีคำว่าตีบตัน ในทางตรงกันข้ามกลับเติบโต ขึ้นทุก ๆ วัน โดยท่านเพียงลงทุนซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เฉกเช่นเดิม ๆ ของท่าน
ย้อนกลับไปลงบัญชีครัวเรือน สินค้าที่ท่านซื้อจากศูนย์กิฟฟารีน ต่อ ๆ ไปอาจจะลงในช่อง การลงทุนทำธุรกิจ นั่นหมายความว่าจะมีรายได้กลับมาจากการซื้อสินค้าใช้ของคุณเอง และสมมุติว่าใน 1 ปี องค์กรคุณเติบโต สร้างรายได้นับหมื่นบาทต่อเดือน นั่นหมายความว่าในแต่ละเดือนนั้นคุณได้ใช้สินค้าฟรี และมีรายได้เข้าสู่ครัวเรือน …. เพราะนี่คือผลพวง ของการสร้างเครือข่าย ผลพวงของระบบธุรกิจเครือข่าย ที่คุณได้สร้างเอาไว้ …
เดือนนี้คุณซื้อสินค้าใช้ 1,000 บาท แต่คุณมีรายได้จากเครือข่ายที่สร้างเอาไว้ 10,000 บาท นั่นหมายความว่า คุณได้กำไร และได้ใช้สินค้า ฟรี ตลอดชีวิต ของคุณ …
เห็นไหมครับ ธุรกิจกิฟฟารีนออนไลน์ สร้างผลอะไรให้กับชีวิตเราบ้าง ด้วยระบบการทำธุรกิจง่าย-ง่าย เพียงวันนี้คุณตัดสินใจเปิดรหัสธุรกิจของคุณร่วมกับเรา ลองสร้างธุรกิจเครือข่ายของคุณดูสิครับ ไม่แน่นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่มองดูว่าเล็กน้อย แต่ผลส่งที่ตามมา นั้นมหาศาลเชียวครับ ถ้าคุณมองภาพการเติบโตของตลาด การเติบโตของเครือข่ายออก ตลาดผู้บริโภคจะยังคงเติบโต ต่อเนื่อง และโตอีกมากมายเชียวครับ
7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ กิฟฟารีนออนไลน์ที่คุณเองก็ทำได้
1) ผู้ที่สมัครเว็บยูแคนดูแล้ว แต่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกกิฟฟารีน ดูรายละเอียดวิธีสมัครสมาชิกกิฟฟารีน ได้จากเมล์ที่ส่งจากบ้านยูแคนดู
ส่วนผู้ที่สมัครกิฟฟารีนได้รับบัตรสมาชิกและรหัสสมาชิกแล้ว ให้สำรวจเอกสารทุกอย่างที่คุณได้รับ เช่น ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจและสิทธิประโยชน์เบื้องต้น และอ่านคู่มือเล่มสีน้ำเงินประกอบด้วย
2) ลองสำรวจดูสิ่งของในบ้านว่ามีอะไรที่จวนจะหมดแล้ว
- ตรวจดูเครื่องสำอางประจำตัว
- ตรวจดูของใช้ในบ้านหรือในห้องน้ำ เช่นสบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ผงซักฟอก ฯลฯ
- ตรวจดูของใช้ในห้องครัว เช่น น้ำยาล้างจาน แป้งทอดกรอบ ข้าวสาร กาแฟ ฯลฯ
- เช็คสุขภาพของสมาชิกทุกคนในบ้าน มีสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายตัวที่น่าซื้อ
- ตรวจดูรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ น้ำมันเครื่องหมดหรือยัง
เมื่อสำรวจแล้ว จดรายการของที่ต้องซื้อเพิ่มแล้วเปิดดูแคทตาล๊อคสินค้าของกิฟฟารีน จดชื่อสินค้าที่จะซื้อ ราคาสมาชิก คะแนน PV แล้วรวมยอด PV ทั้งหมด จากนั้นแวะไปที่ชอปปิ้งที่ศูนย์กิฟฟารีนใกล้บ้าน ถ้าสงสัยเกี่ยวกับสินค้าตัวไหนก็สอบถามเจ้าหน้าที่ในศูนย์ได้เลยครับ หรือถ้าไม่มีเวลาเดินทาง ก็สั่งซื้อแบบออนไลน์ได้ ใครอยากรู้วิธีซื้อแบบออนไลน์ก็อีเมล์มาสอบถามผมได้ครับ...
3) ในเดือนแรก ขอแนะนำให้ซื้อสินค้า ให้ได้คะแนนรวม 1600 PV เพื่อที่บริษัทจะใช้คะแนน 1500 PV แรกตัดไป เพื่อขึ้นตำแหน่งบอร์นสตาร์ และคะแนนที่เหลืออีก 100 PV จะนำไปคำนวณปันผลจ่ายกลับคืนให้คุณ และได้รับนิตยสารเส้นขอบฟ้าด้วย ซึ่งบรรจุข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆของบริษัท ที่ทำเช่นนี้เพื่อเดือนแรกคุณจะได้เข้าใจระบบงานต่างๆของบริษัทครบถ้วน และจะได้ให้คำแนะนำผู้สมัครเข้ามาใหม่ได้อย่างมั่นใจ
ง่ายๆเท่านี้เอง!... เพียงเริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการใช้ มากินมาใช้สินค้าของกิฟฟารีน ซึ่งนั่นหมายถึงเพื่อนๆกำลังทำกำไรกลับคืนให้ตัวเอง และนับวันจะเติมโตขึ้นอย่างไม่มีวันหยุดนิ่งตามการเพิ่มจำนวนของสมาชิก ถ้าเพื่อนๆสงสัยเกี่ยวกับ PV ก็ส่งอีเมล์หรือโทรสอบถามผมได้ครับ
4) หลังจากได้ตำแหน่งบอรน์สตาร์แล้ว และมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัทกิฟฟารีน สินค้าของบริษัท และแผนการจ่ายเงินปันผลของบริษัทแล้ว หากต้องการคำแนะนำ หรือความช่วยเหลือในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ด้วยการใช้เว็บไซต์ยูแคนดูเป็นเครื่องมือในการทำออนไลน์ไปยังคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ ติดต่อผมได้ตลอดเวลาครับ
การทำกิฟฟารีนแบบออนไลน์ เป็นวิธีการดึงดูดคัดกรองเฉพาะผู้สนใจเท่านั้นให้ติดต่อหาคุณก่อน
ซึ่งผู้ติดต่อมาจะมีความต้องการเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ง่ายในการแนะนำบอกต่อและเชิญชวนให้สมัครสมาชิกร่วมเครือข่าย ....
ดังนั้น เมื่อคุณได้รับเว็บไซด์แล้ว อยู่ในรูปแบบดังนี้
้http://www.you-can-do.net/?refno=xxxx โดย xxxx คือเลขรหัส Refno ที่คุณได้รับจากเว็บยูแคนดู
ก็ต้องนำเว็บนี้ไปประกาศให้โลกรู้ว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่นะครับ ไม่ใช่มีเว็บแล้วเก็บไว้เฉยๆ ใครๆก็ไม่รู้จัก เมื่อไม่มีคนมาเห็น ก็ไม่มีคนสมัครสมาชิกกับคุณ เครือข่ายของคุณก็หยุดนิ่ง นั่นหมายถึงรายได้จากเงินปันผล (เหมือนค่าเหนื่อยในการทำงานประชาสัมพันธ์บอกต่อ) ก็จะหยุดนิ่งไปด้วย
5) เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนเริ่มทำออนไลน์
5.1) หลังจากได้รหัสสมาชิกกิฟฟารีนแล้ว แจ้งไปที่เว็บมาสเตอร์ ก็จะได้รับพาสเวิร์ดในการเข้าใช้เครื่องมือช่วยบริหารเครือข่ายต่างๆของเว็บยูแคนดู ให้ลองเข้าไปคลิ๊กดูให้ทั่วๆว่ามีเครื่องมืออะไรดีๆบ้าง ติดตรงไหนก็อีเมล์สอบถามผมได้เลย
5.2) ลงทะเบียนกับเว็บของบริษัทกิฟฟารีนเพื่อใช้เช็คยอดคะแนน โคยคลิ๊กเข้าไปที่นี่
http://www.giffarine.co.th/website/memberonline/index.php
5.3) เมื่อซื้อของได้ขึ้นตำแหน่งบรอนส์สตาร์ ถือว่าตำแหน่งของคุณในกิฟฟารีน ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว การโปรโมทเว็บ และการดูแลสมาชิกใหม่ที่สมัครเข้ามาภายใต้การแนะนำของคุณ ถ้าติดขัดตรงไหน คุยกันได้นะครับ
6) เริ่มแนะนำเว็บไซต์ยูแคนดูในรหัสของเพื่อนๆสู่ชาวไทยหลายล้านคน โดยเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง คุณเลือกได้ทั้งวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย
วิธีที่ 1 เป็นการลงทุนด้วยเวลาของตัวเอง แต่ไม่ลงทุนด้านการเงิน……
ทำได้โดยใช้เวลาออนไลน์วันละ 1-2 ชั่วโมง ในการโปรโมทแนะนำเว็บไซต์ยูแคนดูของคุณ แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย... โดยการไปโพสฟรี หรือโปรโมทเวปฟรี ตามเวปไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการ เวปไซต์เหล่านี้เราสามารถหาได้จาก google ครับ โดยการพิมพ์คำว่า โพสฟรี หรือโปรโมทฟรี หรือการทำบล็อกต่างๆ
วิธีที่ 2 ลงทุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเว็บไซต์ เป็นการใช้เงินช่วยทำงาน เหมาะสำหรับผู้ไม่มีเวลาโปรโมทเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ....
อย่ากังวลว่าทำไม่เป็น เพราะในขั้นตอนนี้ง่ายมากๆ ลองดูก่อนนะครับ.... ผมยินดีจะคอยช่วยเหลือท่านตลอด
7) เมื่อมีคนสนใจสมัครสมาชิกเว็บยูแคนดู ภายใต้การแนะนำของคุณ ระบบจะส่งอีเมล์แจ้งให้ทราบว่ามีคนสมัครเข้ามาแล้ว ดังนั้น ควรจะออนไลน์เพื่อเช็คอีเมล์ทุกวัน เมื่อพบว่ามีคนสมัครเข้ามา ก็ให้ส่งอีเมล์ไปทักทายเขา หรือโทรไปทักทายและให้คำแนะนำขั้นตอนต่อไปแก่เขา... ถ้าทำไม่เป็นก็ให้ติดต่อสอบถามผมได้เลยครับ
จะเห็นว่าไม่ยากเลยครับ ถ้าทำไปตามลำดับขั้นตอน และในทุกๆขั้นตอนก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผมได้เสมอ บางคนก้าวเร็ว บางคนก้าวช้า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่ถ้าก้าวไม่หยุด สักวันก็ต้องบรรลุเป้าหมายแน่นอนครับ
สรุปรายละเอียดสิ่งที่ต้องทำถ้าจะทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง...
1) เปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในการใช้สินค้าที่อื่นมาใช้สินค้าของตนเอง (กิฟฟารีน) อย่างเป็นธรรมชาติ
2) โปรโมทเว็บไซต์ยูแคนดูที่ได้รับในรหัสของคุณ เพื่อรับสมัครสมาชิกใหม่แบบออนไลน์
3) ให้คำแนะนำผู้สมัครเข้ามาใหม่เรื่องเกี่ยวกับบริษัท สินค้า แผนการจ่ายเงินปันผล ฯลฯ
4) ช่วยผู้สมัครขึ้นตำแหน่งต่างๆและขยายเครือข่ายแบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
5) แบ่งเวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอัพลายน์และจากเพื่อนๆคนอื่นๆในชมรมบ้านยูแคนดู
6) ทุกวันที่ 21 ของทุกเดือน ถึงวันที่ 4 ของเดือนถัดไป เช็คยอดธุรกิจและคะแนน PV แบบออนไลน์
7) ช่วงระหว่างวันที่ 28-5 ของทุกเดือน ไปศูนย์เพื่อขอปริ้นยอดรายชื่อสมาชิกในเครือข่ายของตนเพื่อมาวางแผนขยายเครือข่าย
8) ช่วงระหว่างวันที่ 13-18 ของทุกเดือน เช็คยอดธุรกิจและคะแนน PV อีกครั้ง (รอบสอง) หากคะแนนขาดไม่พอขึ้นตำแหน่งต่อไป รีบดำเนินการให้คะแนนถึง
9) ในวันที่13 เป็นต้นไปของทุกๆเดือน แวะไปศูนย์เพื่อรับเงินปันผลรอบแรก และรับนิตยสารเส้นขอบฟ้า
10) ในวันที่ 15 เป็นต้นไปของทุกๆเดือนรับโบนัสเงินสด สำหรับตำแหน่งโกลด์สตาร์ขึ้นไป(ถ้ามี)
11) ในวันที่ 23 เป็นต้นไปของทุกๆเดือน รับเงินปันผลรอบ2 (ถ้ามี)
เพียงเท่านี้ หากคุณ แบ่งเวลาในแต่ละวันอย่างเหมาะสม ที่จะหาความรู้และ เปลี่ยนรายจ่ายจากการใช้สินค้าในชีวิตประจำวันมาเป็นรายได้จากเงินปันผล โดยทำอย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผนเป็นลำดับขั้นตอน และใส่ใจดูแลธุรกิจของคุณอย่างสม่ำเสมอ …. มั่นใจได้เลยครับว่า รายได้ที่คิดว่าเป็นรายได้เสริมนี้ จะแซงรายได้หลักจากงานประจำของคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัย ในเวลาไม่เกิน 1 ปี
...ยินดีให้คำแนะนำปรึกษา และเป็นเพื่อนร่วมทางกับทุกคน เป็นกำลังใจให้กันและกันครับ
ส่วนผู้ที่สมัครกิฟฟารีนได้รับบัตรสมาชิกและรหัสสมาชิกแล้ว ให้สำรวจเอกสารทุกอย่างที่คุณได้รับ เช่น ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจและสิทธิประโยชน์เบื้องต้น และอ่านคู่มือเล่มสีน้ำเงินประกอบด้วย
2) ลองสำรวจดูสิ่งของในบ้านว่ามีอะไรที่จวนจะหมดแล้ว
- ตรวจดูเครื่องสำอางประจำตัว
- ตรวจดูของใช้ในบ้านหรือในห้องน้ำ เช่นสบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ผงซักฟอก ฯลฯ
- ตรวจดูของใช้ในห้องครัว เช่น น้ำยาล้างจาน แป้งทอดกรอบ ข้าวสาร กาแฟ ฯลฯ
- เช็คสุขภาพของสมาชิกทุกคนในบ้าน มีสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายตัวที่น่าซื้อ
- ตรวจดูรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ น้ำมันเครื่องหมดหรือยัง
เมื่อสำรวจแล้ว จดรายการของที่ต้องซื้อเพิ่มแล้วเปิดดูแคทตาล๊อคสินค้าของกิฟฟารีน จดชื่อสินค้าที่จะซื้อ ราคาสมาชิก คะแนน PV แล้วรวมยอด PV ทั้งหมด จากนั้นแวะไปที่ชอปปิ้งที่ศูนย์กิฟฟารีนใกล้บ้าน ถ้าสงสัยเกี่ยวกับสินค้าตัวไหนก็สอบถามเจ้าหน้าที่ในศูนย์ได้เลยครับ หรือถ้าไม่มีเวลาเดินทาง ก็สั่งซื้อแบบออนไลน์ได้ ใครอยากรู้วิธีซื้อแบบออนไลน์ก็อีเมล์มาสอบถามผมได้ครับ...
3) ในเดือนแรก ขอแนะนำให้ซื้อสินค้า ให้ได้คะแนนรวม 1600 PV เพื่อที่บริษัทจะใช้คะแนน 1500 PV แรกตัดไป เพื่อขึ้นตำแหน่งบอร์นสตาร์ และคะแนนที่เหลืออีก 100 PV จะนำไปคำนวณปันผลจ่ายกลับคืนให้คุณ และได้รับนิตยสารเส้นขอบฟ้าด้วย ซึ่งบรรจุข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆของบริษัท ที่ทำเช่นนี้เพื่อเดือนแรกคุณจะได้เข้าใจระบบงานต่างๆของบริษัทครบถ้วน และจะได้ให้คำแนะนำผู้สมัครเข้ามาใหม่ได้อย่างมั่นใจ
ง่ายๆเท่านี้เอง!... เพียงเริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการใช้ มากินมาใช้สินค้าของกิฟฟารีน ซึ่งนั่นหมายถึงเพื่อนๆกำลังทำกำไรกลับคืนให้ตัวเอง และนับวันจะเติมโตขึ้นอย่างไม่มีวันหยุดนิ่งตามการเพิ่มจำนวนของสมาชิก ถ้าเพื่อนๆสงสัยเกี่ยวกับ PV ก็ส่งอีเมล์หรือโทรสอบถามผมได้ครับ
4) หลังจากได้ตำแหน่งบอรน์สตาร์แล้ว และมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัทกิฟฟารีน สินค้าของบริษัท และแผนการจ่ายเงินปันผลของบริษัทแล้ว หากต้องการคำแนะนำ หรือความช่วยเหลือในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ด้วยการใช้เว็บไซต์ยูแคนดูเป็นเครื่องมือในการทำออนไลน์ไปยังคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ ติดต่อผมได้ตลอดเวลาครับ
การทำกิฟฟารีนแบบออนไลน์ เป็นวิธีการดึงดูดคัดกรองเฉพาะผู้สนใจเท่านั้นให้ติดต่อหาคุณก่อน
ซึ่งผู้ติดต่อมาจะมีความต้องการเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ง่ายในการแนะนำบอกต่อและเชิญชวนให้สมัครสมาชิกร่วมเครือข่าย ....
ดังนั้น เมื่อคุณได้รับเว็บไซด์แล้ว อยู่ในรูปแบบดังนี้
้http://www.you-can-do.net/?refno=xxxx โดย xxxx คือเลขรหัส Refno ที่คุณได้รับจากเว็บยูแคนดู
ก็ต้องนำเว็บนี้ไปประกาศให้โลกรู้ว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่นะครับ ไม่ใช่มีเว็บแล้วเก็บไว้เฉยๆ ใครๆก็ไม่รู้จัก เมื่อไม่มีคนมาเห็น ก็ไม่มีคนสมัครสมาชิกกับคุณ เครือข่ายของคุณก็หยุดนิ่ง นั่นหมายถึงรายได้จากเงินปันผล (เหมือนค่าเหนื่อยในการทำงานประชาสัมพันธ์บอกต่อ) ก็จะหยุดนิ่งไปด้วย
5) เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนเริ่มทำออนไลน์
5.1) หลังจากได้รหัสสมาชิกกิฟฟารีนแล้ว แจ้งไปที่เว็บมาสเตอร์ ก็จะได้รับพาสเวิร์ดในการเข้าใช้เครื่องมือช่วยบริหารเครือข่ายต่างๆของเว็บยูแคนดู ให้ลองเข้าไปคลิ๊กดูให้ทั่วๆว่ามีเครื่องมืออะไรดีๆบ้าง ติดตรงไหนก็อีเมล์สอบถามผมได้เลย
5.2) ลงทะเบียนกับเว็บของบริษัทกิฟฟารีนเพื่อใช้เช็คยอดคะแนน โคยคลิ๊กเข้าไปที่นี่
http://www.giffarine.co.th/website/memberonline/index.php
5.3) เมื่อซื้อของได้ขึ้นตำแหน่งบรอนส์สตาร์ ถือว่าตำแหน่งของคุณในกิฟฟารีน ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว การโปรโมทเว็บ และการดูแลสมาชิกใหม่ที่สมัครเข้ามาภายใต้การแนะนำของคุณ ถ้าติดขัดตรงไหน คุยกันได้นะครับ
6) เริ่มแนะนำเว็บไซต์ยูแคนดูในรหัสของเพื่อนๆสู่ชาวไทยหลายล้านคน โดยเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง คุณเลือกได้ทั้งวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายและไม่เสียค่าใช้จ่าย
วิธีที่ 1 เป็นการลงทุนด้วยเวลาของตัวเอง แต่ไม่ลงทุนด้านการเงิน……
ทำได้โดยใช้เวลาออนไลน์วันละ 1-2 ชั่วโมง ในการโปรโมทแนะนำเว็บไซต์ยูแคนดูของคุณ แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย... โดยการไปโพสฟรี หรือโปรโมทเวปฟรี ตามเวปไซต์ต่างๆ ที่ให้บริการ เวปไซต์เหล่านี้เราสามารถหาได้จาก google ครับ โดยการพิมพ์คำว่า โพสฟรี หรือโปรโมทฟรี หรือการทำบล็อกต่างๆ
วิธีที่ 2 ลงทุนเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเว็บไซต์ เป็นการใช้เงินช่วยทำงาน เหมาะสำหรับผู้ไม่มีเวลาโปรโมทเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ....
อย่ากังวลว่าทำไม่เป็น เพราะในขั้นตอนนี้ง่ายมากๆ ลองดูก่อนนะครับ.... ผมยินดีจะคอยช่วยเหลือท่านตลอด
7) เมื่อมีคนสนใจสมัครสมาชิกเว็บยูแคนดู ภายใต้การแนะนำของคุณ ระบบจะส่งอีเมล์แจ้งให้ทราบว่ามีคนสมัครเข้ามาแล้ว ดังนั้น ควรจะออนไลน์เพื่อเช็คอีเมล์ทุกวัน เมื่อพบว่ามีคนสมัครเข้ามา ก็ให้ส่งอีเมล์ไปทักทายเขา หรือโทรไปทักทายและให้คำแนะนำขั้นตอนต่อไปแก่เขา... ถ้าทำไม่เป็นก็ให้ติดต่อสอบถามผมได้เลยครับ
จะเห็นว่าไม่ยากเลยครับ ถ้าทำไปตามลำดับขั้นตอน และในทุกๆขั้นตอนก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผมได้เสมอ บางคนก้าวเร็ว บางคนก้าวช้า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่ถ้าก้าวไม่หยุด สักวันก็ต้องบรรลุเป้าหมายแน่นอนครับ
สรุปรายละเอียดสิ่งที่ต้องทำถ้าจะทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง...
1) เปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในการใช้สินค้าที่อื่นมาใช้สินค้าของตนเอง (กิฟฟารีน) อย่างเป็นธรรมชาติ
2) โปรโมทเว็บไซต์ยูแคนดูที่ได้รับในรหัสของคุณ เพื่อรับสมัครสมาชิกใหม่แบบออนไลน์
3) ให้คำแนะนำผู้สมัครเข้ามาใหม่เรื่องเกี่ยวกับบริษัท สินค้า แผนการจ่ายเงินปันผล ฯลฯ
4) ช่วยผู้สมัครขึ้นตำแหน่งต่างๆและขยายเครือข่ายแบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
5) แบ่งเวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอัพลายน์และจากเพื่อนๆคนอื่นๆในชมรมบ้านยูแคนดู
6) ทุกวันที่ 21 ของทุกเดือน ถึงวันที่ 4 ของเดือนถัดไป เช็คยอดธุรกิจและคะแนน PV แบบออนไลน์
7) ช่วงระหว่างวันที่ 28-5 ของทุกเดือน ไปศูนย์เพื่อขอปริ้นยอดรายชื่อสมาชิกในเครือข่ายของตนเพื่อมาวางแผนขยายเครือข่าย
8) ช่วงระหว่างวันที่ 13-18 ของทุกเดือน เช็คยอดธุรกิจและคะแนน PV อีกครั้ง (รอบสอง) หากคะแนนขาดไม่พอขึ้นตำแหน่งต่อไป รีบดำเนินการให้คะแนนถึง
9) ในวันที่13 เป็นต้นไปของทุกๆเดือน แวะไปศูนย์เพื่อรับเงินปันผลรอบแรก และรับนิตยสารเส้นขอบฟ้า
10) ในวันที่ 15 เป็นต้นไปของทุกๆเดือนรับโบนัสเงินสด สำหรับตำแหน่งโกลด์สตาร์ขึ้นไป(ถ้ามี)
11) ในวันที่ 23 เป็นต้นไปของทุกๆเดือน รับเงินปันผลรอบ2 (ถ้ามี)
เพียงเท่านี้ หากคุณ แบ่งเวลาในแต่ละวันอย่างเหมาะสม ที่จะหาความรู้และ เปลี่ยนรายจ่ายจากการใช้สินค้าในชีวิตประจำวันมาเป็นรายได้จากเงินปันผล โดยทำอย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผนเป็นลำดับขั้นตอน และใส่ใจดูแลธุรกิจของคุณอย่างสม่ำเสมอ …. มั่นใจได้เลยครับว่า รายได้ที่คิดว่าเป็นรายได้เสริมนี้ จะแซงรายได้หลักจากงานประจำของคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัย ในเวลาไม่เกิน 1 ปี
...ยินดีให้คำแนะนำปรึกษา และเป็นเพื่อนร่วมทางกับทุกคน เป็นกำลังใจให้กันและกันครับ
พี่กวาง ปาฎลี กับรางวัล 60,000 บาท ในกิฟฟารีน
แสดงความยินดีกับ โบนัส 60,000 บาท ที่ได้จากการสะสมแต้ม สำหรับพี่กวางนะครับ
และอีกไม่นาน เราจะได้ยิน ข่าวดี ๆ แบบนี้จากสมาชิกท่านอื่น ๆ ในยูแคนดูอีก ...รอติดตามกันครับ
โบนัสนี้ได้จากการสะสมแต้ม จากยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ สำหรับ สมาชิกตำแหน่งตั้งแต่โกลด์สตาร์ขึ้นไป ตามแผนการตลาดของกิฟฟารีน
ยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ 20,000 ได้สะสม 0.5 คะแนน
ยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ 30,000 ได้สะสม 1 คะแนน
ยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ 45,000 ได้สะสม 1.5 คะแนน
และยอดตั้งแต่ 60,000 ขึ้นไปได้สะสม 2 คะแนน
เก็บไว้ให้ทุก ๆ เดือน และเมื่อครบ 24 คะแนนจะแลกเป็นเงินสดได้ 60,000 บาท เหมือนที่พี่กวางได้รับ
และเมื่อได้รับแล้ว ก็จะเริ่มสะสมใหม่ครับ ...
เป็นเงินโบนัสก้อนใหญ่ ที่ได้จากการทำงานของเรา
ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าเราทำยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ เดือนละ 60,000 PV
เราจะได้คะแนนสะสม เดือนละ 2 คะแนน
นั่นหมายความว่า ภายใน 1 ปี หรือ 12 เดือนเราจะได้รับโบนัส 60,000 บาทจากกิฟฟารีน
และได้ในทุก ๆ ปีที่เรายังทำงานอยู่ ...
ถ้าเรามียอดทีมกลางเดือนละ 45,000 PV ก็จะได้นับโกลด์สตาร์ลม ได้รับคะแนนสะสม 1.5 คะแนน
และภายใน 16 เดือนเราก็จะครบ 24 คะแนน
ทำงาน 1 ปี 4 เดือน แลกโบนัส 60,000 บาท ก็น่าสนเหมือนกันนะ ...
ความสำเร็จแบบนี้ จะมีให้กับสมาชิกทุก ๆ คนครับ ถ้า เราเข้าร่วมโครงการ ปั้นโกลด์สตาร์
ด้วยยอดการบริโภคสินค้าที่สม่ำเสมอ มันจะส่งผลให้ เราประสบความสำเร็จ มีรายได้กันทุกคน
และเมื่อแต่ละคนสำเร็จ มันจะเกิดแรงเหวี่ยงอย่างมหาศาล ในการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมงาน
กับบ้านยูแคนดู และนั่นหมายความว่า ธุรกิจของแต่ละคน ก็ย่อมเติบโต
ถ้าเราช่วยกันผลักดันโครงการนี้ เราจะได้เห็นความมหัศจรรย์ ของการลงทุน 1,000 บาท
เราจะมีรายได้จากการซื้อสินค้าใช้ และแน่นอนครับ ..
ความสำเร็จอีกมากมายรอให้เราสัมผัสในวันข้างหน้า ...
เรียนเชิญมาช่วยกันผลักดันความสำเร็จ ในบ้านยูแคนดูร่วมกันครับ
เติบโตไปกับยูแคนดู ไปด้วยกัน ไปได้ไกล
หลังจากผลักดันโครงการปั้นโกลด์สตาร์ ให้ก่อกำเนิดขึ้นมา
ผมหมายมั่นปั้นมือว่า จะผลักดันโครงการนี้ ให้สำเร็จ ให้เห็นผล
ให้สมาชิกที่ร่วมโครงการ ประสบความสำเร็จกันอย่างจริงจัง และ
ในอนาคต หากผลจากโครงการนี้เดินหน้าไปด้วยดี เราอาจจะใช้
แนวทางของโครงการนี้ เป็นมาตรฐานเบื้องต้น สำหรับผู้คนที่จะร่วมงานกับยูแคนดู ..
แต่สิ่งเหล่านี้จะประสบความสำเร็จได้ เราต้องเข้าใจแนวความคิดของโครงการกันก่อน
และควรรู้บทบาทและหน้าที่ของ ตัวเราเอง ..
โครงการนี้จะสำเร็จได้ เราต้องมีจิต ในการทำงานอยู่ 2 อย่างครับ
หนึ่งคือ จิตใจแห่งการให้ และไม่คิดเล็ก คิดน้อย
สองคือ จิตใจแห่งการแบ่งปัน เพราะในงานนี้เรายิ่งแบ่งปัน ยิ่งช่วยก็ยิ่งโต..
ให้ และ แบ่งปัน สำคัญมากครับ ...
ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจเครือข่าย ผมมองว่า งานพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจ ของเราเติบโต
สองอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ
1 การสร้างเครือข่ายของผู้คน ซึ่งก็รวมทั้งหมดทั้งมวล เกี่ยวกับการสร้าง ทั้ง
การแนะนำ หรือสปอนเซอร์คนใหม่ สอน,แนะนำทีมงานที่เข้ามาสักระยะหนึ่งให้ทำงานเป็น
และเก็บรักษาคนเก่า ๆ ให้กำลังใจ ผลักดันให้เติบโต ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป
2 คือการสร้างยอดธุรกิจให้เกิดขึ้น ทั่วไปเขาเรียกว่ายอดขาย แต่ผมขออนุญาตเรียกว่า
ยอดซื้อ เพราะแนวคิดในการทำธุรกิจที่ผมนำเสนอมาตลอด นั่นคือ เราซื้อ ไม่จำเป็นต้องขาย
สองสิ่งนี้สำคัญ และใครทำได้ ก็จะเติบโต มีรายได้จากธุรกิจอย่างแน่นอน ...
ประเด็นแรก การสร้างเครือข่าย ผมจะไม่เขียนถึงระบบการทำงานแบบเก่า ที่เรียกว่า
เพื่อนชวนเพื่อน ญาติชวนญาติ หรือชวนคนรู้จักมาทำงานด้วยกัน ที่เราบัญญัติศัพท์ใหม่
เรียกว่า การทำงานแบบ ออฟไลน์ นะครับ ..
แต่สิ่งที่ผมจะเขียนถึง คือการสร้างเครือข่ายผู้คนในแบบออนไลน์
สร้างเครือข่ายผ่านอินเตอร์เน็ตปัจจุบันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธ ว่าเครือข่ายอินเตอร์เน็ต กำลังคืบคลาน
และค่อย ๆ เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของผู้คนไปแล้ว
หลาย ๆ คนกลับเป็นคนที่ขาดอินเตอร์เน็ตไม่ได้ เสพติดอีเมล์
เสพติดการท่อง อยู่ในโลกไซเบอร์ ไม่ยอมลุกออกจากหน้าจอไปทำกิจกรรมอย่างอื่น
และแน่นอนครับ อนาคตข้างหน้า หลาย ๆ อย่างจะคืบคลานเข้าสู่อินเตอร์เน็ตมากขึ้น ๆ
และชีวิตเราจะมีอินเตอร์เน็ตเป็นองค์ประกอบหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหมือนที่ปัจจุบัน ชีวิต ทุก ๆ ชีวิตในเมือง จำเป็นต้องมีโทรศัพท์มือถือ
ติดอยู่ข้างกาย เสมือเป็นอวัยวะ ชิ้นที่ 33 ของเราไปแล้ว
ปัจจุบัน การสร้างรายได้จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซค์ ใครที่รู้ช่องทาง
ใครที่ศึกษา วิธีการหาเงินบนอินเตอร์เน็ต เส้นทางข้างหน้า
ยังมีเม็ดเงินให้เก็บเกี่ยวจากโลกไซเบอร์นี้อีกมากมายเชียวครับ
ไม่ว่าจะเป็นจากการโฆษณา หรือการขายสินค้า ..
ในแต่ละปี จะมีเม็ดเงินวิ่งว่อนอยู่บนอินเตอร์เน็ตนับหมื่นล้านบาท
บ้านยูแคนดู ก็เป็นเว็บไซค์ หนึ่งในหลายล้านเว็บไซค์ ที่วิ่งอยู่บนโลกไซเบอร์
ที่นี่เราเป็นชุมชนคนทำธุรกิจเครือข่ายของบริษัท กิฟฟารีน บริษัทเครือข่าย
ของคนไทย และก่อกำเนิดขึ้นในปี 2539 เปิดดำเนินการมากว่า 14 ปีแล้ว ...
และแน่นอนครับ ที่นี่เราใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน โดยการออกแบบระบบงาน
ให้สามารถสื่อสาร ระหว่างเพื่อนสมาชิก ในองค์กรเครือข่ายของเรา
สะดวกและง่ายในการติดต่อ ...
คำถามแรกที่ผมมักจะได้รับจาก หลาย ๆ คนคือ
เราจะสร้างเครือข่ายจากอินเตอร์เน็ตได้อย่างไร และรายได้จะมาจากไหน
ไปรับเงินที่ไหน จ่ายจริงหรือเปล่า วันนี้จะไม่ตอบคำถามเหล่านี้ครับ
เพราะได้เขียนไว้มากพอควรแล้ว แต่จะมาบอกคนเก่า และคนใหม่ว่า
จะดีไหม ถ้าวันนี้เราสามารถทำธุรกิจได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะสร้าง
ทีมงาน หรือสร้างเครือข่าย สร้างรายได้ ได้อย่างไร
แต่เมื่อร่วมงานกับบ้านยูแคนดูแล้ว สบายใจได้ว่า จะสามารถมีทีมงาน มีเครือข่าย
เติบโตและมีรายได้แน่นอน
ด้วยบ้านยูแคนดู มีระบบสนับสนุน ที่จะเป็นแรงช่วยให้
เราสามารถมีองค์กรเครือข่ายได้ กันทุก ๆ คน และยูแคนดูมีทางเลือก
ให้คุณ ๆ ได้ว่าจะร่วมโครงการ นั้นหรือไม่ ....
ข้อตกลงร่วมกันง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ เพื่อผลักดันให้คุณเติบโตไปข้างหน้า
เติบโตได้ มีทีมงานได้ แม้คุณทำโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตไม่เป็น
ร่วมทำธุรกิจ กับบ้านยูแคนดู แล้วทำแบบสบายใจ ด้วยการซื้อสินค้าใช้
ส่วนการสร้างทีมงาน สร้างเครือข่ายนั้น
ให้โครงการที่บ้านยูแคนดู และระบบงานที่บ้านยูแคนดูมี
ช่วยสร้างทีมงาน สร้างเครือข่ายให้ จะดีไหมครับ
บทบาทและหน้าที่ของผู้ร่วมงานคนใหม่ หรือสมาชิกใหม่ในบ้านคือ
ร่วมโครงการ ซื้อสินค้าใช้ และร่วมลงโฆษณากับบ้านยูแคนดู
โดยไม่ต้องกังวลว่า จะติดตามสายงานอย่างไร จะพูดกับใครอย่างไรดี
ระหว่างนั้นคุณก็ค่อย ๆ เรียนรู้แผนการตลาดของกิฟฟารีน
ค่อย ๆ เรียนรู้แนวความคิด ของโครงการ และภาพรวมของโครงการ
มันมีประโยชน์ และ มีพลังในการผลักดันความสำเร็จให้กับเราอย่างไรบ้าง
ค่อย ๆ เรียนรู้ ซึ่งผมเชื่อว่า หากคุณใส่ใจจริง ๆ ไม่เกิน 1 เดือนก็จะมองภาพรวม
และแนวความคิดแห่งบ้าน ยูแคนดู และโครงการปั้นโกลด์สตาร์ออกอย่างแน่นอน
บทบาท สำหรับอัพไลน์ที่ทำงานเป็นแล้ว โดยเฉพาะโกลด์สตาร์
ต้องเป็นพี่เลี้ยง ช่วยดูองค์กรเครือข่าย และช่วยต่อสายงานให้กับเครือข่าย
ของตัวเอง ช่วยเป็นพี่เลี้ยงแนะนำแนวทาง และแบ่งปันความรู้ในการทำงาน
เชิญชวนคนใหม่ๆ เข้าสู่โครงการ เพื่อผลักดันให้ทุก ๆ คนประสบความสำเร็จร่วมกัน
เบื้องต้นอาจดูติด ๆ ขัด ๆ แต่เมื่อเราทำความเข้าใจสักพัก เราจะทำงานด้วยความราบรื่น
และสุขใจที่เห็นองค์กร ต่างก็เติบโต ตามวาระและเวลาของตัวเอง
และเมื่อคนในองค์กรเครือข่ายเติบโต ก้าวสู่ตำแหน่งโกลด์สตาร์
บทบาทและหน้าที่ในการดูแลองค์กรตัวเอง ก็ผ่องถ่ายไปสู่เจ้าของเครือข่าย
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเติบโตกันทั้งระบบ และแน่นอนครับ คนในองค์กรเครือข่าย
จะเติบโต และมีรายได้ เป็นพาราไดซ์ได้ และเป็นพาราไดซ์คุณภาพ
ที่ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง ดำรงคุณสมบัติตามที่บริษัท กำหนดไว้ ...
แนวทางการทำงาน ด้วยโครงการนี้จึงเป็นการทำงานง่าย ๆ
เติบโต ง่าย ๆ ด้วยแนวคิดการซื้อสินค้าใช้
และการช่วยให้ดาวน์ไลน์ใต้ล่าง มีทีมงาน มีองค์กรเครือข่าย
เป็นการช่วยกัน ผลักดัน กันทั้งระบบ
คนมาใหม่ก็มีเครือข่าย คนที่อยู่เก่าก็เติบโต และมีรายได้..
แบบนี้ดีไหมครับ
The Best Consumer Relations Rewards 2010
ความท้าทายและผลประโยชน์สำหรับ นักธุรกิจระดับโกลด์สตาร์ ถึงแซทเทิร์น ที่มีศักยภาพด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่ายที่มีกำลังซื้อสูง
รางวัลการแข่งขัน : ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฮ่องกง / สิงคโปร์ / เกาหลี
กติกาการแข่งขัน
1. ใช้ระยะเวลาการแข่งขัน 6 รอบจำหน่าย
2. ไม่จำกัดรอบจำหน่าย จะเริ่มการแข่งขันรอบจำหน่ายใดก็ได้ และนับไปจนครบ 6 รอบจำหน่าย ติดต่อกัน
3. ยอดธุรกิจในยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ 6 รอบจำหน่าย รวม 1,200,000 pv หรือเฉลี่ยรอบละ 200,000 pv
4. ใน 6 รอบจำหน่าย ต้องมี GS Active จำนวนอย่างน้อย 6 รหัส
5. จำนวนผู้ชนะการแข่งขัน ไม่จำกัดจำนวน
6. ผู้ชนะการแข่งขันที่ได้รับรางวัลทุกรางวัล ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล
7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาคะแนนบุคคลที่จะชนะการแข่งขัน ต้องเป็นการขยายงานดูแลผู้บริโภคที่แท้จริง คือ ต้องไม่ซื้อสินค้ากักตุน ไม่วางขายตัดราคา ไม่ทำธุรกิจอื่นที่เป็น หรือใกล้เคียงธุรกิจขายตรงที่ไม่ใช่ธุรกิจกิฟฟารีน ไม่รบกวนองค์กร และไม่เป็นปรปักษ์ต่อบริษัทฯ
8. ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นผู้นำระดับต้นที่ขยายงานโดยแท้จริง หากตรวจสอบว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงกว่านี้ แต่ใช้ชื่อผู้อื่นในการทำงานเพื่อหวังผลการแข่งขัน ถือเป็นโมฆะ
9. ผู้ชนะการแข่งขัน 1 รหัส มีสิทธิ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ 1 ท่าน
10. หากไม่สามารถเดินทางได้ ถือว่าสละสิทธิ์ ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่น หรือเปลี่ยนรางวัลเป็นเงินสด
11. การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นสิ้นสุด
รางวัลการแข่งขัน : ท่องเที่ยวต่างประเทศ ฮ่องกง / สิงคโปร์ / เกาหลี
กติกาการแข่งขัน
1. ใช้ระยะเวลาการแข่งขัน 6 รอบจำหน่าย
2. ไม่จำกัดรอบจำหน่าย จะเริ่มการแข่งขันรอบจำหน่ายใดก็ได้ และนับไปจนครบ 6 รอบจำหน่าย ติดต่อกัน
3. ยอดธุรกิจในยอดทีมกลางโกลด์สตาร์ 6 รอบจำหน่าย รวม 1,200,000 pv หรือเฉลี่ยรอบละ 200,000 pv
4. ใน 6 รอบจำหน่าย ต้องมี GS Active จำนวนอย่างน้อย 6 รหัส
5. จำนวนผู้ชนะการแข่งขัน ไม่จำกัดจำนวน
6. ผู้ชนะการแข่งขันที่ได้รับรางวัลทุกรางวัล ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล
7. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาคะแนนบุคคลที่จะชนะการแข่งขัน ต้องเป็นการขยายงานดูแลผู้บริโภคที่แท้จริง คือ ต้องไม่ซื้อสินค้ากักตุน ไม่วางขายตัดราคา ไม่ทำธุรกิจอื่นที่เป็น หรือใกล้เคียงธุรกิจขายตรงที่ไม่ใช่ธุรกิจกิฟฟารีน ไม่รบกวนองค์กร และไม่เป็นปรปักษ์ต่อบริษัทฯ
8. ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นผู้นำระดับต้นที่ขยายงานโดยแท้จริง หากตรวจสอบว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงกว่านี้ แต่ใช้ชื่อผู้อื่นในการทำงานเพื่อหวังผลการแข่งขัน ถือเป็นโมฆะ
9. ผู้ชนะการแข่งขัน 1 รหัส มีสิทธิ์ในการเดินทางไปต่างประเทศ 1 ท่าน
10. หากไม่สามารถเดินทางได้ ถือว่าสละสิทธิ์ ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่น หรือเปลี่ยนรางวัลเป็นเงินสด
11. การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นสิ้นสุด
SALES CONTEST 2010
ระยะเวลาการรับสมัคร
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 และปิดรับสมัครในวันที่ 15 มิถุนายน 2553
กติกาการแข่งขัน
1. ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องเป็นผู้บริหารระดับโกลด์สตาร์ขึ้นไป
2. ค่าสมัคร 250 บาท
3. ผู้สมัครต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนแนบมาพร้อมกับใบสมัครในวันสมัคร โดยสามารถสมัครได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทุกสาขาทั่วประเทศ
ติวข้อสอบผ่านดาวเทียมพร้อมกันทั่วประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2553
กรุงเทพ และปริมณฑล ณ ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนพระประแดง และบางแค
ต่างจังหวัด ณ ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนที่มีสัญญาณดาวเทียมที่ท่านสะดวกใช้บริการ
การแข่งขัน จะแบ่งเป็น 3 รอบ ดังนี้
รอบที่ 1 สอบข้อเขียนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553
ภาคเหนือตอนบน แข่งขัน ณ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่
ภาคเหนือตอนล่าง แข่งขัน ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แข่งขัน ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น
ภาคตะวันออก แข่งขัน ณ อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ภาคตะวันออก วิทยาเขตบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ภาคใต้ตอนบน แข่งขัน ณ หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
ภาคใต้ตอนล่าง แข่งขัน ณ อาคารภูเก็ต มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา
กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคกลาง แข่งขัน ณ ศูนย์การสอบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี
เวลาสอบ 13.00 - 16.00 น.
รางวัลประกอบด้วย ผู้ที่สอบข้อเขียนได้เกิน 50% จะได้รับเข็มเกียรติยศ และประกาศนียบัตรรับรองความสามารถ และนำทุกรายชื่อที่ผ่านเกณฑ์ 50% ร่วมจับฉลากชิงรางวัล(ของที่ระลึก) การจับฉลากจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 (รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ)
GIFFARINE SALES CONTEST CAMP
วันที่ 3- 4 กรกฎาคม 2553 (2 วัน 1 คืน) ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี โดยจะคิดคะแนนสูงสุดจากการสอบข้อเขียนแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 10 ท่าน / กรุงเทพ และปริมณฑล 20 ท่าน รวม 60 ท่าน จะได้รับการเข้าอบรมสัมนาพิเศษ ในโครงการ Giffarine Sales Contest Camp
รอบที่ 2 (ชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค)
บัตรเข้างานจำหน่ายในราคา 300 บาท ยกเว้น ผู้สมัครสอบข้อเขียน และนักธุรกิจที่มีบัตรทอง สามารถใช้สิทธิ์เข้าชมได้ฟรี (เฉพาะในโซนภาคที่สมัครสอบข้อเขียนเท่านั้น)
ภาคใต้ วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคกลาง วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ภาคเหนือ วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่
ภาคตะวันออก วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส จ.ขอนแก่น
เวลาการแข่งขัน 09.00 - 17.00 น.
รางวัลประกอบด้วย
รางวัลที่ 1 เงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัล)
รางวัลที่ 2 เงินสด 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัลรางวัลที่ 3 เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัล)
รางวัลที่ 4 เครื่องกรองน้ำ เชพ มิเนอรัล พ็อท และประกาศนียบัตรแสดงความสามารถ (ภูมิภาค 7 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 14 รางวัล)
รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ
1. แข่งขันในวันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพ
2. บัตรจำหน่ายในราคา 250 บาท
รางวัลประกอบด้วย
รางวัลที่ 1 เงินสด 120,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลที่ 2 เงินสด 60,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลที่ 3 เงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลชมเชย เงินสด 5,000 บาท พร้อมเครื่องกรองน้ำ 1 เครื่อง (15 รางวัล)
เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 และปิดรับสมัครในวันที่ 15 มิถุนายน 2553
กติกาการแข่งขัน
1. ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องเป็นผู้บริหารระดับโกลด์สตาร์ขึ้นไป
2. ค่าสมัคร 250 บาท
3. ผู้สมัครต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนแนบมาพร้อมกับใบสมัครในวันสมัคร โดยสามารถสมัครได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนทุกสาขาทั่วประเทศ
ติวข้อสอบผ่านดาวเทียมพร้อมกันทั่วประเทศ วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2553
กรุงเทพ และปริมณฑล ณ ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนพระประแดง และบางแค
ต่างจังหวัด ณ ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนที่มีสัญญาณดาวเทียมที่ท่านสะดวกใช้บริการ
การแข่งขัน จะแบ่งเป็น 3 รอบ ดังนี้
รอบที่ 1 สอบข้อเขียนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553
ภาคเหนือตอนบน แข่งขัน ณ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่
ภาคเหนือตอนล่าง แข่งขัน ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แข่งขัน ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น
ภาคตะวันออก แข่งขัน ณ อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ภาคตะวันออก วิทยาเขตบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ภาคใต้ตอนบน แข่งขัน ณ หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
ภาคใต้ตอนล่าง แข่งขัน ณ อาคารภูเก็ต มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จ.สงขลา
กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคกลาง แข่งขัน ณ ศูนย์การสอบ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี
เวลาสอบ 13.00 - 16.00 น.
รางวัลประกอบด้วย ผู้ที่สอบข้อเขียนได้เกิน 50% จะได้รับเข็มเกียรติยศ และประกาศนียบัตรรับรองความสามารถ และนำทุกรายชื่อที่ผ่านเกณฑ์ 50% ร่วมจับฉลากชิงรางวัล(ของที่ระลึก) การจับฉลากจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 (รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ)
GIFFARINE SALES CONTEST CAMP
วันที่ 3- 4 กรกฎาคม 2553 (2 วัน 1 คืน) ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี โดยจะคิดคะแนนสูงสุดจากการสอบข้อเขียนแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 10 ท่าน / กรุงเทพ และปริมณฑล 20 ท่าน รวม 60 ท่าน จะได้รับการเข้าอบรมสัมนาพิเศษ ในโครงการ Giffarine Sales Contest Camp
รอบที่ 2 (ชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค)
บัตรเข้างานจำหน่ายในราคา 300 บาท ยกเว้น ผู้สมัครสอบข้อเขียน และนักธุรกิจที่มีบัตรทอง สามารถใช้สิทธิ์เข้าชมได้ฟรี (เฉพาะในโซนภาคที่สมัครสอบข้อเขียนเท่านั้น)
ภาคใต้ วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรุงเทพ ปริมณฑล และภาคกลาง วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
ภาคเหนือ วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จ.เชียงใหม่
ภาคตะวันออก วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ พัทยา จ.ชลบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส จ.ขอนแก่น
เวลาการแข่งขัน 09.00 - 17.00 น.
รางวัลประกอบด้วย
รางวัลที่ 1 เงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัล)
รางวัลที่ 2 เงินสด 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัลรางวัลที่ 3 เงินสด 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ (ภูมิภาค 1 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 2 รางวัล)
รางวัลที่ 4 เครื่องกรองน้ำ เชพ มิเนอรัล พ็อท และประกาศนียบัตรแสดงความสามารถ (ภูมิภาค 7 รางวัล / กรุงเทพ-ปริมณฑล 14 รางวัล)
รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ
1. แข่งขันในวันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม 2553 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพ
2. บัตรจำหน่ายในราคา 250 บาท
รางวัลประกอบด้วย
รางวัลที่ 1 เงินสด 120,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลที่ 2 เงินสด 60,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลที่ 3 เงินสด 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และท่องเที่ยวยุโรปตะวันตก 3 ประเทศ (1 รางวัล)
รางวัลชมเชย เงินสด 5,000 บาท พร้อมเครื่องกรองน้ำ 1 เครื่อง (15 รางวัล)
กิฟฟารีน ธุรกิจเครือข่ายทำได้ที่บ้าน
การทำธุรกิจเครือข่ายที่บ้าน ก็สามารถที่จะให้อิสรภาพทางด้านการเงิน เวลา และสิ่งที่คุณปรารถนาได้
ปัจจุบันมีคนทั่วโลกหลายล้านคน ได้หันมาทำธุรกิจเครือข่ายจากที่บ้าน เพราะเป็นธุรกิจที่สามารถให้ผลประโยชน์ทางด้านการเงิน และความมั่นคงของรายได้ ให้อิสรภาพทางด้านเวลา และความพึงพอใจ
มีหลายคนที่พบว่าการทำธุรกิจเครือข่ายที่บ้านมีความสุขมากกว่าการทำงานประจำ หลายคนลาออกจากงานประจำ เพื่อทำธุรกิจเครือข่ายที่บ้านแบบเต็มเวลา
แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มธุรกิจเครือข่าย ควรศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าธุรกิจเครือข่ายที่คุณมองอยู่นั้น มีสิ่งเหล่านี้หรือไม่
- ความมั่นคงและการเติบโตของธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
- ไม่จำกัดตลาด มีสินค้าสำหรับคนหลายแบบ หลายสไตล์
- มีระบบสนับสนุนช่วยให้สำเร็จได้จริง
ที่กิฟฟารีน เรามีสิ่งเหล่านี้ให้คุณอย่างครบถ้วน
ใครก็ตามที่กำลังมองหาช่องทางการทำธุรกิจ รวมทั้งต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ และต้องการมีรายได้สูงๆ ระดับหลักแสนบาท หรือล้านบาทต่อเดือน ธุรกิจเครือข่ายสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ เพียงแค่คุณมีความมานะ อดทน และมีความพยายามต่อเนื่อง สัก 2 – 3 ปี ธุรกิจนี้จะนำมาซึ่งความมั่นคง และมั่งคั่ง ได้อย่างแน่นอน
ปัจจุบันมีคนทั่วโลกหลายล้านคน ได้หันมาทำธุรกิจเครือข่ายจากที่บ้าน เพราะเป็นธุรกิจที่สามารถให้ผลประโยชน์ทางด้านการเงิน และความมั่นคงของรายได้ ให้อิสรภาพทางด้านเวลา และความพึงพอใจ
มีหลายคนที่พบว่าการทำธุรกิจเครือข่ายที่บ้านมีความสุขมากกว่าการทำงานประจำ หลายคนลาออกจากงานประจำ เพื่อทำธุรกิจเครือข่ายที่บ้านแบบเต็มเวลา
แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มธุรกิจเครือข่าย ควรศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าธุรกิจเครือข่ายที่คุณมองอยู่นั้น มีสิ่งเหล่านี้หรือไม่
- ความมั่นคงและการเติบโตของธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
- ไม่จำกัดตลาด มีสินค้าสำหรับคนหลายแบบ หลายสไตล์
- มีระบบสนับสนุนช่วยให้สำเร็จได้จริง
ที่กิฟฟารีน เรามีสิ่งเหล่านี้ให้คุณอย่างครบถ้วน
ใครก็ตามที่กำลังมองหาช่องทางการทำธุรกิจ รวมทั้งต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ และต้องการมีรายได้สูงๆ ระดับหลักแสนบาท หรือล้านบาทต่อเดือน ธุรกิจเครือข่ายสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ เพียงแค่คุณมีความมานะ อดทน และมีความพยายามต่อเนื่อง สัก 2 – 3 ปี ธุรกิจนี้จะนำมาซึ่งความมั่นคง และมั่งคั่ง ได้อย่างแน่นอน
เราทำธุรกิจเครือข่าย ไม่ใช่ขายตรง
คนส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าร่วมทำธุรกิจเครือข่าย เพราะเขาไม่รู้ความแตกต่างระหว่าง การสร้างเครือข่าย กับ การขายตรง ไม่น่าแปลกใจเพราะบริษัทเครือข่ายที่มีชื่อเสียงต่างอยู่ในสมาคมขายตรง และในบางครั้งคุณอาจมองการทำธุรกิจเครือข่ายเหมือนการเดินขายของตามบ้าน เพราะว่าคนส่วนใหญ่รู้จักกับธุรกิจเครือข่ายครั้งแรก เมื่อมีผู้มาเคาะประตูบ้านคุณและพยายามขายของให้คุณ ซึ่งที่จริงแล้ว มีลักษณะบางอย่างที่แยก ธุรกิจเครือข่าย ออกจากการขายตรง นั่นคือ หากคุณอยู่ในธุรกิจเครือข่าย คุณอยู่ในธุรกิจเพื่อตัวคุณเอง แต่ไม่ใช่โดยตัวคุณเอง
การเข้าร่วมธุรกิจคุณจะซื้อสินค้าในราคาขายส่ง และคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวคุณเองด้วย หลายคนเข้าร่วมธุรกิจด้วยเหตุผลนี้ เมื่อคุณซื้อสินค้าในราคาขายส่ง คุณรู้สึกว่าคุณขายปลีกได้ และจะได้กำไร ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า คุณต้องขายปลีก คุณจึงจะประสบความสำเร็จ
คุณสามารถขายได้ถ้าคุณต้องการ หรือต้องการขายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนก็ขายไปเถิดครับ แต่หากคุณต้องการสร้างรายได้มหาศาล ความสำเร็จนั้น ต้องมาจากการสร้าง เครือข่าย
คำว่า ขาย เป็นคำที่คนส่วนใหญ่กลัว ในธุรกิจเครือข่าย คุณไม่จำเป็นต้อง ขาย ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน
เมื่อคุณสร้างองค์กร หมายความว่า คุณกำลังสร้างเครือข่ายที่ใช้ในการกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าของคุณเคลื่อนไหว
บริษัทธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ ไม่ต้องเสียเงินมหาศาลไปกับการโฆษณา เพราะสุดยอดการโฆษณา คือ การบอกปากต่อปากของสมาชิก ดังนั้น บริษัทเครือข่ายจึงมีเงินมาจ่ายค่าตอบแทนให้สมาชิก รวมไปถึงมีเงินมาใช้ในการพัฒนาสินค้าได้มากกว่าบริษัททั่วๆไป
หากคุณทำงานให้กับบริษัทขายตรง เมื่อคุณย้ายถิ่นที่อยู่ คุณอาจต้องเริ่มทำงานใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง แต่หากคุณอยุ่ในธุรกิจเครือข่าย คุณสามารถย้ายไปที่ใดก็ได้ โดยไม่สูญเสียรายได้จากองค์กรที่คุณสร้างไว้ การทำธุรกิจเครือข่ายคุณสามารถสร้างรายได้มากมายจากการสร้างองค์กร ไม่ใช่การขาย
คุณสามารถมีความเป็นอยู่ที่ได้จากการขาย แต่คุณจะสร้างความมั่นคงของรายได้อย่างถาวร ได้จากการสร้างองค์กรเท่านั้น
การเข้าร่วมธุรกิจคุณจะซื้อสินค้าในราคาขายส่ง และคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวคุณเองด้วย หลายคนเข้าร่วมธุรกิจด้วยเหตุผลนี้ เมื่อคุณซื้อสินค้าในราคาขายส่ง คุณรู้สึกว่าคุณขายปลีกได้ และจะได้กำไร ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า คุณต้องขายปลีก คุณจึงจะประสบความสำเร็จ
คุณสามารถขายได้ถ้าคุณต้องการ หรือต้องการขายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนก็ขายไปเถิดครับ แต่หากคุณต้องการสร้างรายได้มหาศาล ความสำเร็จนั้น ต้องมาจากการสร้าง เครือข่าย
คำว่า ขาย เป็นคำที่คนส่วนใหญ่กลัว ในธุรกิจเครือข่าย คุณไม่จำเป็นต้อง ขาย ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ต้องเคลื่อนไหว มิฉะนั้นจะไม่มีใครได้รับเงิน
เมื่อคุณสร้างองค์กร หมายความว่า คุณกำลังสร้างเครือข่ายที่ใช้ในการกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าของคุณเคลื่อนไหว
บริษัทธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ ไม่ต้องเสียเงินมหาศาลไปกับการโฆษณา เพราะสุดยอดการโฆษณา คือ การบอกปากต่อปากของสมาชิก ดังนั้น บริษัทเครือข่ายจึงมีเงินมาจ่ายค่าตอบแทนให้สมาชิก รวมไปถึงมีเงินมาใช้ในการพัฒนาสินค้าได้มากกว่าบริษัททั่วๆไป
หากคุณทำงานให้กับบริษัทขายตรง เมื่อคุณย้ายถิ่นที่อยู่ คุณอาจต้องเริ่มทำงานใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง แต่หากคุณอยุ่ในธุรกิจเครือข่าย คุณสามารถย้ายไปที่ใดก็ได้ โดยไม่สูญเสียรายได้จากองค์กรที่คุณสร้างไว้ การทำธุรกิจเครือข่ายคุณสามารถสร้างรายได้มากมายจากการสร้างองค์กร ไม่ใช่การขาย
คุณสามารถมีความเป็นอยู่ที่ได้จากการขาย แต่คุณจะสร้างความมั่นคงของรายได้อย่างถาวร ได้จากการสร้างองค์กรเท่านั้น
แบ่งปันจากการสัมนา ที่ กิฟฟารีนคลินิก 20 ตุลาคม 2552 สำหรับผู้ชนะการแข่งขันไปสิงคโปร์
วิทยากร คุณหมอต้อย
เส้นทางสู่เจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
เราต้องเป็น …
นักจิตวิทยา
นักบริหาร
นักการตลาด
A. upline มองมาที่ downline เข้าใจถึงบุคลิก และความต้องการของ downline แต่ละคนเพื่อที่จะสานฝันให้
downline ได้ถูกทาง อาจเป็นแค่ผู้บริโภค หรือผู้ที่ต้องการทำธุรกิจไปด้วย ต้องเข้าถึงจิตใจของ downline
B. Downline มอง upline ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่ downline บางคนจะมองในมุมที่เป็นลบ คือ เข้าใจว่าหากทำงานได้เยอะ เหมือนกับสร้างเงินให้ downline กลายเป็นสายงานของ downline คนนี้ไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่เขาหวังในตอนแรก ให้คิดเสมอว่าเราคือเจ้าของธุรกิจทุกคน upline คือ ผู้ให้โอกาส ไม่ถูกต้องที่ เราคิดว่าเราทำเงินให้ upline เราต้องใช้งาน upline เยอะๆเพื่อตอบแทนเรา
ความสำเร็จเกิดจาก
1. ความเข้าใจในตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองเสมอ จำไว้ว่าถ้าเรามัวหาแรงบันดาลใจจากคนอื่น เราจะไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะตัวเราเองที่เข้าใจตัวเอง เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราเองด้วย จำไว้ว่า เราคือคนที่มีค่าที่สุด เพราะเราคือต้นตระกูลของเครือข่าย
2. ความเข้าใจในหัวใจของคนรอบข้าง upline side line และ downline อย่าคิดไปเองว่าเขาจะคิดอย่างไร คนเราคิดไม่เหมือนกัน ขอให้เราจริงใจเปิดใจ เขาก็จะบอกได้ว่าเขาต้องการอะไร ทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุข มีความภูมิใจ และทำให้เขาได้รับความสำเร็จตามความต้องการของแต่ละคน บางคนต้องการแค่มีเงิน บางคนต้องการเงินมากกว่านั้น ความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนเป็นพาราไดซ์แต่เขาพอใจแค่เงินปันผลเดือนละ 2-3 หมื่น อันนี้อยู่ที่ความพอใจของเขา
3. ความรักและเข้าใจในเนื้องานของ กิฟฟารีน คุณหมอบอกว่า ดูแลพวกเราแบบพี่น้อง ไม่ได้ดูแลพวกเราแบบนักธุรกิจ ทุกคนคือคนในครอบครัว จึงมีคำว่าบริษัทแม่ บริษัทลูก ในกิฟฟารีน บริษัทแม่คือ บริษัทสกายไลน์ ยูนิตี้ บริษัทลูกคือ ท่านทุกคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่าย
พวกเราทุกคนเปรียบเสมือนเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่
ไม่ต้องหาอาคาร
ไม่ต้องหาสินค้า
ไม่ต้องจ้างพนักงาน
ไม่มีการกู้เงินมาลงทุน และไม่มีความเสี่ยง
มีสินค้าให้เรา 2000 กว่ารายการ
คำว่าเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
สมัยนี้มีคำนี้มาก แต่กิฟฟารีนไม่เคยทำตามใคร เราเป็นเจ้าแรกที่บอกว่าทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค ทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายบริโภคที่แท้จริง เจ้าของธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริงต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีสินค้าที่ทุกคนซื้อกินซื้อใช้ได้จริงๆ บางแบรนด์มีให้สำหรับชนชั้นสูง ฐานะดีจึงซื้อได้ บางแบรนด์สำหรับคนชั้นกลางถึงล่าง แต่เรากิฟฟารีน มีสินค้าสำหรับคนในทุกฐานะ
2. มีความคุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่ายให้อย่างแท้จริง เพราะเราไม่มีการต่ออายุ ถ้าที่ไหนมีการต่ออายุก็ไม่ใช่เจ้าของเครือข่ายอย่างแท้จริง หรือที่ใดมีข้อแม้ว่าต้องซื้อของภายในระยะเวลานั้น หากไม่ซื้อจะตัดชื่อออก นี่ก็ไม่ใช่ แต่เราไม่ตัดใครออกไป จุดแข็งของกิฟฟารีนที่ไม่เหมือนใครคือ ใครสมัครมา เราไม่ตัดใครออกไปเลย แม้เขาจะไม่ได้ซื้อหรือไม่ได้ทำงานก็ตาม
สมัยนี้มีธุรกิจที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายมากมาย ทั้งหาสมาชิกให้แบบ binary หรือแบบ matching ธุรกิจเหล่านี้ก็คือให้เยอะ รายได้เป็นแสนอย่างรวดเร็ว (คุณหมอยกตัวอย่าง xxxx และอีกหลายตัวที่มาจากอเมริกา) แต่ที่ได้เป็นแสนนั้น ก็คือต้องเอามาโปะคืนให้เขาเป็นแสนด้วย คนที่ทำได้คือต้องหาสมาชิกให้เยอะๆ แต่ก็ต้องจบ เพราะสุดท้ายสมาชิกก็ทำไม่ไหว ความน่าจะเป็นต่ำมากเพราะต้องมีเงินลงทุนที่สูงตลอดในทุกเดือน
คุณหมอเล่าว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เข้าไปพบนายกเพราะคุณหมอเป็นนายกสมาคมขายตรงไทย ก่อนเข้าไปพบก็พบหน้าห้องท่านก่อน หน้าห้องก็บ่นมากว่า รู้ไหมขายตรงน่ะทำให้คนไทยเป็นหนี้เป็นสิน เอามาขายได้ยังไง แพงๆทั้งนั้น คนไทยก็โง่ซื้อไปตลอด ไม่รู้ว่าเขาหลอกแล้ว คุณหมอก็รีบบอกว่า ไม่ใช่นะคะ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น สินค้าของเราไม่แพง แล้วเราก็จ่ายให้เยอะมาก เขาก็รีบพูดบอกว่า ผมไม่ได้หมายถึงกิฟฟารีน ผมหมายขายตรงถึงไอ้ที่มันแพงๆมากๆน่ะ คนไทยจะทำไปทำไมกินเนื้อตัวเองทั้งนั้น
… หมอสรุปตรงนี้ว่า หมอมั่นใจว่า คนทั้งประเทศไทย ไม่มีใครคิดไม่ดีกับกิฟฟารีน หมอบอกได้ว่า จำนวนธุรกิจทั้งหมด กิฟฟารีนเป็นธุรกิจที่คนไทยยอมรับมากอันดับหนึ่ง แม้บางคนไม่พูดออกมา เพราะเราได้แสดงให้เห็นว่า เราคือเครือข่ายที่แท้จริง มีโรงงานในประเทศไทย และทำเพื่อคนไทยจริงๆ
คุณหมอ ยกตัวอย่าง มาม่า จนถึงวันนี้ ไม่มีใครมาแซงมาม่าได้เลย ไวไวก็ถอย ยี่ห้อใหม่ก็ถอย เพราะอะไร…มาม่า เขาเน้นที่ ปริมาณ การขายได้เยอะๆ แต่ขายถูก ราคาไม่เคยเปลี่ยน สิ่งนี้ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จไม่มีใครตามเขาทัน…
เวลาเราไปแนะนำกิฟฟารีนใคร หากเขาถามมาว่า ของเขาได้มากกว่าเยอะเลยเป็นหมื่นเป็นแสน เราก็ไม่ต้องไปตกใจ เพราะที่เขาได้มานั่น ราคาของที่ซื้อสูงกว่า pv ที่เขาได้มาก ถ้าเทียบกันบาทต่อบาท กิฟฟารีนให้ได้มากที่สุดของธุรกิจที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ และที่สำคัญ pv ของเราเท่าราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน มีสินค้าน้อยมากที่ pv จะต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ
บริษัทกิฟฟารีน ไม่มีหนี้ หมอไม่เคยกู้แบงค์มาทำธุรกิจ หมอใช้เงินสดมาตลอด ตอนนี้หมอวางแผนผู้บริหารใน gerneration 2 แล้ว พวกเราไม่ต้องห่วง หมอต้องการให้กิฟฟารีนอยู่เป็นร้อยปี ไม่ใช่อยู่เป็นแค่สิบยี่สิบปี
จุดเด่นของกิฟฟารีน
1. คุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่าย 100% หนึ่งเดียวในโลก
2. มีสินค้าที่ติดตลาด ขายตัวเองได้ มั่นใจได้ว่าสินค้าของเราจะช่วยทุกท่าน ขับเคลื่อนรายได้อยู่เสมอ และตลอดไป ด้วยราคาและคุณภาพ กิฟฟารีนซื้อวัตถุดิบแต่ละครั้งจำนวนมหาศาล จนหลายโรงงานดังๆของโลก ต้องการให้เราเป็นลูกค้าของเขา เพราะเราซื้อทีละมหาศาล เราซื้อวัตถุดิบมาหนึ่งชนิด แต่สามารถเอามาทำสินค้าได้หลายชนิด
ที่สำคัญ หมอบอกว่า กิฟฟารีนได้ซื้อวัตถุดิบมาจากที่เดียวกับแบรนด์ดังของโลก แต่เราเหนือกว่าตรงที่ เราสามารถเอาวัตถุดิบนั้นมาแปรสภาพให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไทย
สินค้าของเรามีเหมือนที่ GNC มี (GNC คือ บริษัทอาหารเสริมในอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เรามีหมดเหมือน GNC แสดงว่าเราไม่มีทางล้าสมัยแน่นอน
3. เรามีระบบสนับสนุนการตลาด ที่แข็งแรงที่สุด ไมต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยง
คือ เรามีโรงงานผลิตสินค้าเอง มีศูนย์ธุรกิจให้บริการและดูแลนักธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สร้างบรรยากาศให้คึกคัก ยิ้มแย้มเสมอ เป็นบุคลิกที่สำคัญของเจ้าของบริษัท ให้เราเป็นเป็นมืออาชีพ งานนี้ไม่ได้อาศัยว่าต้องเก่ง แต่อาศัยความชำนาญการทำซ้ำๆมากกว่า เช่นการดูแลคน การสร้างโกลสตาร์ การสร้างสายงานใหม่ๆ ก็คือการทำงานซ้ำๆกัน ก่อให้เกิดความชำนาญ
บทเชิญสำหรับผู้มุ่งหวัง
1. แนะนำให้เริ่มจากคนคุ้นเคยด้วยการถามว่าเคยเห็นโฆษณาไหม รู้สึกอย่างไร เราก็มาทำกิฟฟารีนแล้วนะ ทำแล้วสนุก มีความสุขด้วย
2. สร้างบรรยากาศให้พูดคุยสบายๆ ไม่กดดัน และไม่ยัดเยียด
3. บอกเขาว่า งานของเรามีแค่ “เล่าเรื่องจริงให้เพื่อนฟัง”
… วิทยากร ดร.นารี
ระบบสนับสนุนจากบริษัท
1. สร้างความพร้อมให้สมาชิกคือ มีการอบรมสัมนา ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- ในศูนย์ธุรกิจ
- ในงานประชุมประจำเดือน
- งานสัมนาที่โรงแรมอินทรา ทุกวันอังคาร
- การอบรมแต่งหน้า / การอบรมบุคลิกภาพ
มีสื่อธุรกิจต่างๆ
- VCD
- เอกสารต่างๆ
- หนังสือเส้นขอบฟ้า
2. บริษัทช่วยรักษาและดูแลเครือข่าย ท่านสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสมาชิกได้ทันทีง่ายดาย
- บริษัทมีดัชนีพัฒนาเครือข่ายใน สลิปเงินปันผล
- แผนผังองค์กาสมาชิก สามารถขอทางบริษัทได้
3. บริษัทมีโฆษณาประชาสัมพันธ์
4. จัดให้มีสินค้าแลกซื้อเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคในทุกเดือน
5. จัดให้มีโปรแกรมการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศ และโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นให้นักธุรกิจมีความคึกคัก มีชีวิตชีวา
วิทยากร … อาจารย์พงศ์พสุ
เทคนิคการเปิดใจและการบริหารเครือข่าย
งานของเคือ service และ management
Service คือ การดูแลผู้บริโภค management คือดูแลคนที่ต้องการมีรายได้ เราต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ
เทคนิคการพูดเพื่อจูงใจ
1. ธุรกิจกิฟฟารีนเป็นเครือข่ายที่ขยายงานได้ง่าย
2. ถ้าเทียบกับบริษัทอื่น แบบบาทต่อบาท เราจะจ่ายคืนให้ได้มากกว่าที่อื่น
3. แผนธุรกิจไม่กดดัน เพราะเราก็มีเวลาไม่มาก ตรงที่ตำแหน่งขึ้นแล้วขึ้นเลย ไม่ลด หากบางเดือนเราไม่ว่างทำ ตำแหน่งเราก็ไม่ลด
4. เป็นบริษัทที่มีความพร้อม ทำให้คนไม่เก่งก็ทำได้เติบโตได้ มีผู้ช่วยหลายทาง การพูดอย่าโจมตีบริษัทอื่น
5. สินค้าของเราขายตัวเองได้ เราก็เบาใจ
สรุป เรามีสินค้าที่มากที่สุด ให้เงินปันผลที่มากที่สุด เราเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างแท้จริง 100%ไม่ต้องมาต่ออายุกันอีก
การพูดที่จะโน้มน้าวได้ ไม่ใช่การที่ต้องพูดเกี่ยวกับกิฟฟารีนให้เก่ง แต่อยู่ที่การสร้างสัมพันธ์ และถูกชะตากันมากกว่า ให้พูดด้วยอารมณ์มากกว่าที่จะพูดด้วยเหตุผล เช่น พูดว่า เราก็สงสัยเหมือนกันนะว่าเรามาทำกิฟฟารีนได้ยังไง แต่พอเรามาทำเรารู้เลยว่าทำได้ง่ายมาก หรือ เราไม่เคยคิดว่ากิฟฟารีนจะให้เราได้มากแบบนี้ มันไม่น่าเชื่อเลย แต่เราก็ได้รับมาจริงๆ
แล้วถ้าเขาถามว่า คนในโฆษณานั้น เรื่องจริงหรือ เราก็บอกตามจริงว่า ใช่เขาประสบความสำเร็จจริงๆ เลยเอาเขามาโฆษณา ทางทีวี แล้วหากเพื่อนถามต่อว่า แล้วคนที่มาทำได้เงินแสนเงินล้านทุกคนเลยหรือ
เราก็บอกว่า ไม่ทุกคน ก็เหมือนเรียนหนังสือ ครูสอนเด็ก ใช่ว่าเด็กทุกคนจะรู้เรื่องหมด
แต่ธุรกิจนี้สามารถให้เงินเป็นแสนเป็นล้านได้ หากต้องการ หากมุ่งมั่น ความสำเร็จได้ ต้องมีวินัย + มีวิธีการ
เวลาเราพูดแนะนำคน ให้เราพูดเรื่องใหญ่ๆ ไม่ต้องพูดเรื่องเล็กๆ เช่นกิฟฟารีนตั้งมาเมื่อไรไม่ต้องพูด พูดแต่ว่าเราได้ผลตอบแทนจริง
วิถีชีวิตทุกคนก็เป็นเครือข่ายอยู่แล้ว เช่นเมื่อเราไปเจอหมอ หมอคนไหนรักษาดี เราก็ไปบอกต่อ ก็เท่ากับว่าเราทำธุรกิจเครือข่ายให้หมอคนนั้นแล้ว ถูกไหม
การพูด พูดให้เขาเห็นเงิน ไม่ใช่พูดให้เขาเห็นงาน คนที่เหนื่อยมากได้น้อยคือคนทำงานไม่เป็น คนที่เหนื่อยน้อยได้มากคือคนที่ทำงานเป็น
การเปิดใจกับคน ไม่ต้องกังวลว่าขณะนั้นเราได้รายได้เท่าไร ความน่าสนใจ ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จของผู้พูด ให้เราพูดอย่างมีศักดิ์ศรี เราต้องมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องอ้อนวอนให้เขามาสมัคร หากเราขายตัวเลขของเราไม่ได้ เราก็ขายความคิด อาจยกตัวอย่างรายได้ของ upline มาบอกเขา
เช่นถ้าเขาถามว่า อะไรกันคุณได้แค่นี้เองหรือ เราไม่ควรตอบว่า แหมก็ผมเพิ่งมาทำเอง จะเอาอะไรมากล่ะ
ควรตอบว่า ในขณะที่ผมเพิ่งสมัคร ถ้าเทียบกับ upline ที่เพิ่งสมัคร ผมได้มากกว่า และผมก็ภูมิใจในสิ่งที่ผมได้ แม้คุณจะดูว่ามันน้อย วันหนึ่งผมก็จะได้มากขึ้นอย่างมั่นคงแน่นอน
ย้ำว่า กิฟฟารีน ทำง่าย ได้เยอะ และมั่นคง
การเปิดใจผู้ฟัง หากผู้ฟังที่เปิดใจยากให้เราเปิดใจกึ่งสัมภาษณ์เขา เพื่อเราสามารถรู้ความต้องการของเขาได้
คิดว่าเรากำลังเอาของขวัญไปให้เขา เขาไม่ใช่ผู้ที่มารอคอยการบริจาคของจากเรา ไม่มีใครอยากเป็นผู้รับแบบนี้ เราให้ด้วยความยินดี เอาของขวัญไปให้เขา
ถ้าเขาพูดว่า กิฟฟารีนน่ะ ได้ช้าและได้น้อย ก็ให้ถามเขาว่า เขามองคนไหน เขามองที่ผู้บริโภคอย่างเดียวหรือปล่าว หรือเขาไปมองคนที่ทำงานไม่เป็น หรือคนที่ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจนี้จริงจัง เพราะสองตัวอย่างนี้รายได้ไม่มากอย่างแน่นอน
ให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น หากเราเชื่อมั่นแล้ว เราก็พร้อมจะถ่ายทอดให้เขาฟังได้
ยกตัวอย่างมีคนบอกให้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เพราะชื่อเป็นกาลกินี ผมมองดูชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็ก จนถึงบัดนี้ ไม่เห็นมีสิ่งใดที่เป็นกาลกินีในตัวผมเลย …
จะบอกว่า ก็เหมือนคนเปลี่ยนชื่อ เขาเปลี่ยนแล้ว เขาก็มีความมั่นใจว่า ต้องดีขึ้น เขาก็เลยทำทุกอย่างได้ดี เพราะเขามั่นใจ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนชื่อแล้วดี แต่เขามีความมั่นใจต่างหาก
…. ฉะนั้น ทุกอย่างอยู่ที่ความมั่นใจทั้งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นเลย
การเป็นเครือข่ายที่แข็งแรง
1. ผู้บริโภครายใหญ่ 10 คน ซื้อสินค้าคนละ 2,000 บาท = 20,000
2. ผู้บริโภครายย่อย 20 คน ซื้อสินค้าคนละ 500 บาท = 10,000
3. เพิ่มจำนวนสมาชิกสร้าง bs 4 คน 4*1500 = 6,000
4. สร้างนักธุรกิจเก่าให้เติบโตเป็น ss 1*9,000 = 9,000
ยอดก็เป็น 45,000 pv
สร้างแบบนี้ใน 15-20 สายงานติดตัว ถ้าลึกให้ได้สี่ชั้น ก็จะเป็นรายได้ที่มากและมั่นคง สร้างให้กว้างและลึก
เส้นทางสู่เจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
เราต้องเป็น …
นักจิตวิทยา
นักบริหาร
นักการตลาด
A. upline มองมาที่ downline เข้าใจถึงบุคลิก และความต้องการของ downline แต่ละคนเพื่อที่จะสานฝันให้
downline ได้ถูกทาง อาจเป็นแค่ผู้บริโภค หรือผู้ที่ต้องการทำธุรกิจไปด้วย ต้องเข้าถึงจิตใจของ downline
B. Downline มอง upline ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่ downline บางคนจะมองในมุมที่เป็นลบ คือ เข้าใจว่าหากทำงานได้เยอะ เหมือนกับสร้างเงินให้ downline กลายเป็นสายงานของ downline คนนี้ไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่เขาหวังในตอนแรก ให้คิดเสมอว่าเราคือเจ้าของธุรกิจทุกคน upline คือ ผู้ให้โอกาส ไม่ถูกต้องที่ เราคิดว่าเราทำเงินให้ upline เราต้องใช้งาน upline เยอะๆเพื่อตอบแทนเรา
ความสำเร็จเกิดจาก
1. ความเข้าใจในตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองเสมอ จำไว้ว่าถ้าเรามัวหาแรงบันดาลใจจากคนอื่น เราจะไม่ได้อย่างที่เราต้องการ เพราะตัวเราเองที่เข้าใจตัวเอง เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราเองด้วย จำไว้ว่า เราคือคนที่มีค่าที่สุด เพราะเราคือต้นตระกูลของเครือข่าย
2. ความเข้าใจในหัวใจของคนรอบข้าง upline side line และ downline อย่าคิดไปเองว่าเขาจะคิดอย่างไร คนเราคิดไม่เหมือนกัน ขอให้เราจริงใจเปิดใจ เขาก็จะบอกได้ว่าเขาต้องการอะไร ทำให้คนที่อยู่กับเรามีความสุข มีความภูมิใจ และทำให้เขาได้รับความสำเร็จตามความต้องการของแต่ละคน บางคนต้องการแค่มีเงิน บางคนต้องการเงินมากกว่านั้น ความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนเป็นพาราไดซ์แต่เขาพอใจแค่เงินปันผลเดือนละ 2-3 หมื่น อันนี้อยู่ที่ความพอใจของเขา
3. ความรักและเข้าใจในเนื้องานของ กิฟฟารีน คุณหมอบอกว่า ดูแลพวกเราแบบพี่น้อง ไม่ได้ดูแลพวกเราแบบนักธุรกิจ ทุกคนคือคนในครอบครัว จึงมีคำว่าบริษัทแม่ บริษัทลูก ในกิฟฟารีน บริษัทแม่คือ บริษัทสกายไลน์ ยูนิตี้ บริษัทลูกคือ ท่านทุกคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่าย
พวกเราทุกคนเปรียบเสมือนเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่
ไม่ต้องหาอาคาร
ไม่ต้องหาสินค้า
ไม่ต้องจ้างพนักงาน
ไม่มีการกู้เงินมาลงทุน และไม่มีความเสี่ยง
มีสินค้าให้เรา 2000 กว่ารายการ
ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าใครสามารถทำให้ทุกคนในเครือข่ายของเราได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ
คนคนนั้นก็จะมีเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่และมีรายได้มากที่สุดอย่างแท้จริง
คำว่าเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
สมัยนี้มีคำนี้มาก แต่กิฟฟารีนไม่เคยทำตามใคร เราเป็นเจ้าแรกที่บอกว่าทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค ทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายบริโภคที่แท้จริง เจ้าของธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริงต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีสินค้าที่ทุกคนซื้อกินซื้อใช้ได้จริงๆ บางแบรนด์มีให้สำหรับชนชั้นสูง ฐานะดีจึงซื้อได้ บางแบรนด์สำหรับคนชั้นกลางถึงล่าง แต่เรากิฟฟารีน มีสินค้าสำหรับคนในทุกฐานะ
2. มีความคุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่ายให้อย่างแท้จริง เพราะเราไม่มีการต่ออายุ ถ้าที่ไหนมีการต่ออายุก็ไม่ใช่เจ้าของเครือข่ายอย่างแท้จริง หรือที่ใดมีข้อแม้ว่าต้องซื้อของภายในระยะเวลานั้น หากไม่ซื้อจะตัดชื่อออก นี่ก็ไม่ใช่ แต่เราไม่ตัดใครออกไป จุดแข็งของกิฟฟารีนที่ไม่เหมือนใครคือ ใครสมัครมา เราไม่ตัดใครออกไปเลย แม้เขาจะไม่ได้ซื้อหรือไม่ได้ทำงานก็ตาม
สมัยนี้มีธุรกิจที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายมากมาย ทั้งหาสมาชิกให้แบบ binary หรือแบบ matching ธุรกิจเหล่านี้ก็คือให้เยอะ รายได้เป็นแสนอย่างรวดเร็ว (คุณหมอยกตัวอย่าง xxxx และอีกหลายตัวที่มาจากอเมริกา) แต่ที่ได้เป็นแสนนั้น ก็คือต้องเอามาโปะคืนให้เขาเป็นแสนด้วย คนที่ทำได้คือต้องหาสมาชิกให้เยอะๆ แต่ก็ต้องจบ เพราะสุดท้ายสมาชิกก็ทำไม่ไหว ความน่าจะเป็นต่ำมากเพราะต้องมีเงินลงทุนที่สูงตลอดในทุกเดือน
คุณหมอเล่าว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เข้าไปพบนายกเพราะคุณหมอเป็นนายกสมาคมขายตรงไทย ก่อนเข้าไปพบก็พบหน้าห้องท่านก่อน หน้าห้องก็บ่นมากว่า รู้ไหมขายตรงน่ะทำให้คนไทยเป็นหนี้เป็นสิน เอามาขายได้ยังไง แพงๆทั้งนั้น คนไทยก็โง่ซื้อไปตลอด ไม่รู้ว่าเขาหลอกแล้ว คุณหมอก็รีบบอกว่า ไม่ใช่นะคะ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น สินค้าของเราไม่แพง แล้วเราก็จ่ายให้เยอะมาก เขาก็รีบพูดบอกว่า ผมไม่ได้หมายถึงกิฟฟารีน ผมหมายขายตรงถึงไอ้ที่มันแพงๆมากๆน่ะ คนไทยจะทำไปทำไมกินเนื้อตัวเองทั้งนั้น
… หมอสรุปตรงนี้ว่า หมอมั่นใจว่า คนทั้งประเทศไทย ไม่มีใครคิดไม่ดีกับกิฟฟารีน หมอบอกได้ว่า จำนวนธุรกิจทั้งหมด กิฟฟารีนเป็นธุรกิจที่คนไทยยอมรับมากอันดับหนึ่ง แม้บางคนไม่พูดออกมา เพราะเราได้แสดงให้เห็นว่า เราคือเครือข่ายที่แท้จริง มีโรงงานในประเทศไทย และทำเพื่อคนไทยจริงๆ
คุณหมอ ยกตัวอย่าง มาม่า จนถึงวันนี้ ไม่มีใครมาแซงมาม่าได้เลย ไวไวก็ถอย ยี่ห้อใหม่ก็ถอย เพราะอะไร…มาม่า เขาเน้นที่ ปริมาณ การขายได้เยอะๆ แต่ขายถูก ราคาไม่เคยเปลี่ยน สิ่งนี้ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จไม่มีใครตามเขาทัน…
เวลาเราไปแนะนำกิฟฟารีนใคร หากเขาถามมาว่า ของเขาได้มากกว่าเยอะเลยเป็นหมื่นเป็นแสน เราก็ไม่ต้องไปตกใจ เพราะที่เขาได้มานั่น ราคาของที่ซื้อสูงกว่า pv ที่เขาได้มาก ถ้าเทียบกันบาทต่อบาท กิฟฟารีนให้ได้มากที่สุดของธุรกิจที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ และที่สำคัญ pv ของเราเท่าราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน มีสินค้าน้อยมากที่ pv จะต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ
บริษัทกิฟฟารีน ไม่มีหนี้ หมอไม่เคยกู้แบงค์มาทำธุรกิจ หมอใช้เงินสดมาตลอด ตอนนี้หมอวางแผนผู้บริหารใน gerneration 2 แล้ว พวกเราไม่ต้องห่วง หมอต้องการให้กิฟฟารีนอยู่เป็นร้อยปี ไม่ใช่อยู่เป็นแค่สิบยี่สิบปี
จำไว้ว่า ดูแลไม่กี่คน แต่ดูแลให้ดีดี แล้วเงินแสนเงินล้านจะตามมาเอง
จุดเด่นของกิฟฟารีน
1. คุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่าย 100% หนึ่งเดียวในโลก
2. มีสินค้าที่ติดตลาด ขายตัวเองได้ มั่นใจได้ว่าสินค้าของเราจะช่วยทุกท่าน ขับเคลื่อนรายได้อยู่เสมอ และตลอดไป ด้วยราคาและคุณภาพ กิฟฟารีนซื้อวัตถุดิบแต่ละครั้งจำนวนมหาศาล จนหลายโรงงานดังๆของโลก ต้องการให้เราเป็นลูกค้าของเขา เพราะเราซื้อทีละมหาศาล เราซื้อวัตถุดิบมาหนึ่งชนิด แต่สามารถเอามาทำสินค้าได้หลายชนิด
ที่สำคัญ หมอบอกว่า กิฟฟารีนได้ซื้อวัตถุดิบมาจากที่เดียวกับแบรนด์ดังของโลก แต่เราเหนือกว่าตรงที่ เราสามารถเอาวัตถุดิบนั้นมาแปรสภาพให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไทย
สินค้าของเรามีเหมือนที่ GNC มี (GNC คือ บริษัทอาหารเสริมในอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เรามีหมดเหมือน GNC แสดงว่าเราไม่มีทางล้าสมัยแน่นอน
3. เรามีระบบสนับสนุนการตลาด ที่แข็งแรงที่สุด ไมต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยง
คือ เรามีโรงงานผลิตสินค้าเอง มีศูนย์ธุรกิจให้บริการและดูแลนักธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เราเสียภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้าแทนนักธุรกิจเพื่อแบ่งเบาภาระที่จะต้องเสียก้อนใหญ่ในแต่ละปี
การดูแลสายงาน เราดูแลแค่ 4 ชั้นก็เพียงพอ คือ ดูแลตัวเราเอง ดาวน์ไลน์ติดตัว ดาวน์ไลน์หลาน
ดาวน์ไลน์เหลน อย่างนี้เราจะได้เงินแสนถึงเงินล้าน
แต่หากเราต้องการรายได้ 10,000-20,000 ต่อเดือน เราก็ดูแลคนแค่สองชั้นก็พอ
คือ ตัวเราเองและดาวน์ไลน์ติดตัว
และหากเราต้องหารรายได้ 20,000-50,000 เราก็ดูแลสามชั้น
คือ ตัวเราเอง ดาวน์ไลน์ติดตัว ดาวน์ไลน์หลาน
สร้างบรรยากาศให้คึกคัก ยิ้มแย้มเสมอ เป็นบุคลิกที่สำคัญของเจ้าของบริษัท ให้เราเป็นเป็นมืออาชีพ งานนี้ไม่ได้อาศัยว่าต้องเก่ง แต่อาศัยความชำนาญการทำซ้ำๆมากกว่า เช่นการดูแลคน การสร้างโกลสตาร์ การสร้างสายงานใหม่ๆ ก็คือการทำงานซ้ำๆกัน ก่อให้เกิดความชำนาญ
บทเชิญสำหรับผู้มุ่งหวัง
1. แนะนำให้เริ่มจากคนคุ้นเคยด้วยการถามว่าเคยเห็นโฆษณาไหม รู้สึกอย่างไร เราก็มาทำกิฟฟารีนแล้วนะ ทำแล้วสนุก มีความสุขด้วย
2. สร้างบรรยากาศให้พูดคุยสบายๆ ไม่กดดัน และไม่ยัดเยียด
3. บอกเขาว่า งานของเรามีแค่ “เล่าเรื่องจริงให้เพื่อนฟัง”
… วิทยากร ดร.นารี
ระบบสนับสนุนจากบริษัท
1. สร้างความพร้อมให้สมาชิกคือ มีการอบรมสัมนา ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- ในศูนย์ธุรกิจ
- ในงานประชุมประจำเดือน
- งานสัมนาที่โรงแรมอินทรา ทุกวันอังคาร
- การอบรมแต่งหน้า / การอบรมบุคลิกภาพ
มีสื่อธุรกิจต่างๆ
- VCD
- เอกสารต่างๆ
- หนังสือเส้นขอบฟ้า
2. บริษัทช่วยรักษาและดูแลเครือข่าย ท่านสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสมาชิกได้ทันทีง่ายดาย
- บริษัทมีดัชนีพัฒนาเครือข่ายใน สลิปเงินปันผล
- แผนผังองค์กาสมาชิก สามารถขอทางบริษัทได้
3. บริษัทมีโฆษณาประชาสัมพันธ์
4. จัดให้มีสินค้าแลกซื้อเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคในทุกเดือน
5. จัดให้มีโปรแกรมการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศ และโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นให้นักธุรกิจมีความคึกคัก มีชีวิตชีวา
วิทยากร … อาจารย์พงศ์พสุ
เทคนิคการเปิดใจและการบริหารเครือข่าย
งานของเคือ service และ management
Service คือ การดูแลผู้บริโภค management คือดูแลคนที่ต้องการมีรายได้ เราต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ
เทคนิคการพูดเพื่อจูงใจ
1. ธุรกิจกิฟฟารีนเป็นเครือข่ายที่ขยายงานได้ง่าย
2. ถ้าเทียบกับบริษัทอื่น แบบบาทต่อบาท เราจะจ่ายคืนให้ได้มากกว่าที่อื่น
3. แผนธุรกิจไม่กดดัน เพราะเราก็มีเวลาไม่มาก ตรงที่ตำแหน่งขึ้นแล้วขึ้นเลย ไม่ลด หากบางเดือนเราไม่ว่างทำ ตำแหน่งเราก็ไม่ลด
4. เป็นบริษัทที่มีความพร้อม ทำให้คนไม่เก่งก็ทำได้เติบโตได้ มีผู้ช่วยหลายทาง การพูดอย่าโจมตีบริษัทอื่น
5. สินค้าของเราขายตัวเองได้ เราก็เบาใจ
สรุป เรามีสินค้าที่มากที่สุด ให้เงินปันผลที่มากที่สุด เราเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างแท้จริง 100%ไม่ต้องมาต่ออายุกันอีก
การพูดที่จะโน้มน้าวได้ ไม่ใช่การที่ต้องพูดเกี่ยวกับกิฟฟารีนให้เก่ง แต่อยู่ที่การสร้างสัมพันธ์ และถูกชะตากันมากกว่า ให้พูดด้วยอารมณ์มากกว่าที่จะพูดด้วยเหตุผล เช่น พูดว่า เราก็สงสัยเหมือนกันนะว่าเรามาทำกิฟฟารีนได้ยังไง แต่พอเรามาทำเรารู้เลยว่าทำได้ง่ายมาก หรือ เราไม่เคยคิดว่ากิฟฟารีนจะให้เราได้มากแบบนี้ มันไม่น่าเชื่อเลย แต่เราก็ได้รับมาจริงๆ
แล้วถ้าเขาถามว่า คนในโฆษณานั้น เรื่องจริงหรือ เราก็บอกตามจริงว่า ใช่เขาประสบความสำเร็จจริงๆ เลยเอาเขามาโฆษณา ทางทีวี แล้วหากเพื่อนถามต่อว่า แล้วคนที่มาทำได้เงินแสนเงินล้านทุกคนเลยหรือ
เราก็บอกว่า ไม่ทุกคน ก็เหมือนเรียนหนังสือ ครูสอนเด็ก ใช่ว่าเด็กทุกคนจะรู้เรื่องหมด
แต่ธุรกิจนี้สามารถให้เงินเป็นแสนเป็นล้านได้ หากต้องการ หากมุ่งมั่น ความสำเร็จได้ ต้องมีวินัย + มีวิธีการ
เวลาเราพูดแนะนำคน ให้เราพูดเรื่องใหญ่ๆ ไม่ต้องพูดเรื่องเล็กๆ เช่นกิฟฟารีนตั้งมาเมื่อไรไม่ต้องพูด พูดแต่ว่าเราได้ผลตอบแทนจริง
วิถีชีวิตทุกคนก็เป็นเครือข่ายอยู่แล้ว เช่นเมื่อเราไปเจอหมอ หมอคนไหนรักษาดี เราก็ไปบอกต่อ ก็เท่ากับว่าเราทำธุรกิจเครือข่ายให้หมอคนนั้นแล้ว ถูกไหม
การพูด พูดให้เขาเห็นเงิน ไม่ใช่พูดให้เขาเห็นงาน คนที่เหนื่อยมากได้น้อยคือคนทำงานไม่เป็น คนที่เหนื่อยน้อยได้มากคือคนที่ทำงานเป็น
การเปิดใจกับคน ไม่ต้องกังวลว่าขณะนั้นเราได้รายได้เท่าไร ความน่าสนใจ ไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จของผู้พูด ให้เราพูดอย่างมีศักดิ์ศรี เราต้องมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องอ้อนวอนให้เขามาสมัคร หากเราขายตัวเลขของเราไม่ได้ เราก็ขายความคิด อาจยกตัวอย่างรายได้ของ upline มาบอกเขา
เช่นถ้าเขาถามว่า อะไรกันคุณได้แค่นี้เองหรือ เราไม่ควรตอบว่า แหมก็ผมเพิ่งมาทำเอง จะเอาอะไรมากล่ะ
ควรตอบว่า ในขณะที่ผมเพิ่งสมัคร ถ้าเทียบกับ upline ที่เพิ่งสมัคร ผมได้มากกว่า และผมก็ภูมิใจในสิ่งที่ผมได้ แม้คุณจะดูว่ามันน้อย วันหนึ่งผมก็จะได้มากขึ้นอย่างมั่นคงแน่นอน
ย้ำว่า กิฟฟารีน ทำง่าย ได้เยอะ และมั่นคง
การเปิดใจผู้ฟัง หากผู้ฟังที่เปิดใจยากให้เราเปิดใจกึ่งสัมภาษณ์เขา เพื่อเราสามารถรู้ความต้องการของเขาได้
คิดว่าเรากำลังเอาของขวัญไปให้เขา เขาไม่ใช่ผู้ที่มารอคอยการบริจาคของจากเรา ไม่มีใครอยากเป็นผู้รับแบบนี้ เราให้ด้วยความยินดี เอาของขวัญไปให้เขา
ถ้าเขาพูดว่า กิฟฟารีนน่ะ ได้ช้าและได้น้อย ก็ให้ถามเขาว่า เขามองคนไหน เขามองที่ผู้บริโภคอย่างเดียวหรือปล่าว หรือเขาไปมองคนที่ทำงานไม่เป็น หรือคนที่ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจนี้จริงจัง เพราะสองตัวอย่างนี้รายได้ไม่มากอย่างแน่นอน
ให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น หากเราเชื่อมั่นแล้ว เราก็พร้อมจะถ่ายทอดให้เขาฟังได้
ยกตัวอย่างมีคนบอกให้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เพราะชื่อเป็นกาลกินี ผมมองดูชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็ก จนถึงบัดนี้ ไม่เห็นมีสิ่งใดที่เป็นกาลกินีในตัวผมเลย …
จะบอกว่า ก็เหมือนคนเปลี่ยนชื่อ เขาเปลี่ยนแล้ว เขาก็มีความมั่นใจว่า ต้องดีขึ้น เขาก็เลยทำทุกอย่างได้ดี เพราะเขามั่นใจ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนชื่อแล้วดี แต่เขามีความมั่นใจต่างหาก
…. ฉะนั้น ทุกอย่างอยู่ที่ความมั่นใจทั้งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นเลย
การเป็นเครือข่ายที่แข็งแรง
1. ผู้บริโภครายใหญ่ 10 คน ซื้อสินค้าคนละ 2,000 บาท = 20,000
2. ผู้บริโภครายย่อย 20 คน ซื้อสินค้าคนละ 500 บาท = 10,000
3. เพิ่มจำนวนสมาชิกสร้าง bs 4 คน 4*1500 = 6,000
4. สร้างนักธุรกิจเก่าให้เติบโตเป็น ss 1*9,000 = 9,000
ยอดก็เป็น 45,000 pv
สร้างแบบนี้ใน 15-20 สายงานติดตัว ถ้าลึกให้ได้สี่ชั้น ก็จะเป็นรายได้ที่มากและมั่นคง สร้างให้กว้างและลึก
ทำเงินร้อย ให้เป็นเงินล้าน
มาดูกันสิว่า ธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน หรือเงินค่าสมัครเพียงแค่ 180 บาทในวันนี้
คุณจะมีวิธีการสร้างอย่างไร ให้ธุรกิจกิฟฟารีนของคุณมีมูลค่า นับ 100 ล้านบาท
...ย้ำนะครับ 100 ล้านบาท ไม่ใช่ 100 บาท
ก่อนจะไปถึงเรื่องที่จะเขียน วันนี้คุณลองใช้เวลา ยามว่าง ๆ นั่งคิดเล่น ๆ ว่าในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้านี้ คุณมีธุรกิจอะไรอยู่ในมือบ้างไหม
และถ้ามีในอีก 5 ปี หรือ 10 ปี คุณคิดว่าจะสร้างธุรกิจของคุณให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าไหร่
ถ้ายังไม่มี คุณคิดที่จะสร้างอะไรขึ้นมาบ้างหรือไม่ อันนี้ผมถามผู้คนทั่ว ๆ ไปนะครับ
สำหรับท่านที่มีธุรกิจใหญ่โต ซึ่งอาจจะได้มาโดยมรดกตกทอด หรือการสร้างขึ้นใหม่ด้วยตัวคุณเอง ก็แสดงความยินดีด้วยครับ แต่สำหรับผู้คนเดินดินทั้งหลาย ที่ยังตะเกียกตะกาย ในการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับผม ก็ลองมาคิด ๆ ร่วมกันดูครับ
สำหรับท่านที่ทำธุรกิจกิฟฟารีน อยู่ในตำแหน่งระดับ Exclusive Paradise ขึ้นไปอาจจะมองย้อนกลับมาได้ว่า เรื่องราวที่ผมเขียนอยู่นี้ เกิดขึ้นจริงแล้วสำหรับตัวเขา
แต่สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มทำ หรือยังไม่ได้ทำธุรกิจกิฟฟารีน เพียงแต่วันนี้กำลังศึกษาและหาอะไรใหม่ ๆ ให้ตัวเองบ้าง และบังเอิญผ่านแวะเวียนเข้ามายังเว็บไซค์แห่งนี้ ถ้าท่านมีความรู้พื้นเพ ของธุรกิจเครือข่าย ที่ถูกต้อง เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว ท่านก็คงพอจะนึกภาพออก
แต่หากท่านยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายเลย ผมแนะนำให้ท่านอ่านบทความที่แนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือแผนธุรกิจ ของกิฟฟารีนก่อน แล้วค่อยมาอ่านบทความนี้ ท่านจะได้ประโยชน์ มากยิ่งขึ้นครับ
วันนี้คุณสมัครทำธุรกิจกิฟฟารีน ด้วยเงินลงทุนในการเปิดรหัสของคุณเพียง 180 บาท ซึ่งสามารถสมัครได้ทั้งคนเดียว และเป็นคู่ เช่นอาจจะคู่สามีภรรยา ก็เสียค่าเปิดรหัสเท่าเดิมคือ 180 บาท เมื่อเปิดรหัสส่วนตัวแล้วคุณจะได้รหัสประจำตัวมาหนึ่งหมายเลข และได้บัตรประจำตัวของสมาชิกกิฟฟารีน ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดชีวิตของคุณ วันนี้สิ่งที่เราควรตระหนักคือ
คุณเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ ที่ลงทุนด้วยเงินหลักล้าน ณ วันนี้ กว่า100 แห่งทั่วประเทศ
คุณเป็นเจ้าของสินค้าในแบรนด์ กิฟฟารีน ที่มีคนทำการประชาสัมพันธ์ให้กับคุณ โดยคุณไม่ต้องลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียว
คุณมีพนักงานขาย อยู่ในร้านสะดวกซื้อของคุณ มียามเฝ้าร้านที่ร้านสะดวกซื้อของคุณ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนแม้แต่บาทเดียว
คุณคือเจ้าของธุรกิจที่วันนี้ได้เริ่มต้น ธุรกิจของตัวคุณเอง ทำการตลาดด้วยตัวคุณเอง และมีโรงเรียนสอนในการทำการตลาด ให้คุณฟรี ๆ
หากคุณมองภาพเหล่านี้ เรื่องการทำให้ธุรกิจของคุณมีมูลค่านับ ร้อยล้านบาท ภายใน 5 - 10 ปีก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ
แต่ในมุมกลับหากคุณคิดว่า
คุณเป็นเพียงคนขายของ ที่เอาสินค้าของกิฟฟารีนมาขาย เพื่อหารายได้เพียงแค่ สี่ห้าพันบาทต่อเดือน
คุณไม่ได้คิดว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่เป็นแค่เพียงสมาชิกขายกิฟฟารีนเท่านั้น
คุณทำธุรกิจเหมือนคุณเป็นลูกจ้างประจำ ที่คอยว่าสิ้นเดือนจะมีเงินเดือนประจำให้ คุณไม่ได้มองเรื่องผลประกอบการ หรือการเติบโตของธุรกิจคุณเลย
ถ้าคุณยังคิดแบบนี้ การจะทำให้ธุรกิจของคุณมีมูลค่านับล้านบาทก็เป็นเรื่องยากแล้วละครับ
วันนี้ผมสมมุติว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่ปรารถนาที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต มีมูลค่านับล้านบาทแล้วกัน มาดูสิว่าคุณจะมีวิธีการผลักดันให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เฉกเช่นใด ยากหรือง่ายเพียงไหน
ก่อนจะเขียนต่อไป ผมขอเขียนให้คุณอ่านแบบง่าย ๆ ว่า
หากวันนี้คุณลงทุนซื้อสินค้าใช้ เดือนละ 500 บาท ได้ เรื่องธุรกิจร้อยล้านก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ สิ่งที่คุณต้องทำ
1. คุณซื้อสินค้าใช้เดือนละ 500 บาท
2. คุณแนะนำเพื่อนร่วมทำธุรกิจกับคุณ เดือนละ 3 คน (มากหรือน้อยกว่านี้ ก็อยู่ที่คุณวางแผน)
สมมุติว่าคุณ และในสายงานคุณแนะนำเพื่อนเข้าร่วมทำธุรกิจได้ เดือนละ 3 คน ต่อคน มาดูอัตราการเติบโต ของธุรกิจคุณภายใน 1 ปีกัน
เดือนที่ จำนวนคนแต่ละชั้น คนทั้งหมด ยอดธุรกิจ (บาท)
1 1 1 500
2 3 4 2,000
3 9 13 6,500
4 27 40 20,000
5 81 121 60,500
6 243 364 182,000
7 729 1,093 546,500
8 2,187 3,280 1,640,000
9 6,561 9,841 4,920,500
10 19,683 29,524 14,762,000
11 59,049 88,573 44,286,500
12 177,147 265,720 132,860,000
เห็นไหมครับ ผลประกอบการของคุณภายใน 1 ปี มีมูลค่าถึง 132 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องตลกเลยใช่ไหมครับ เพียงแค่แต่ละคนซื้อสินค้าใช้ เดือนละ 500 บาทเท่านั้นเอง รายได้คงไม่ต้องถามถึงแล้วนะครับ ว่าคุณมีรายได้จากธุรกิจนี้กี่บาท ......
วันนี้เรามองเรื่องธุรกิจเครือข่ายกันยากมากเกินไป จึงทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างมาขวางความสำเร็จของคุณ ลองมองใหม่สิครับ ปรับมุมมองใหม่ ธุรกิจเครือข่ายบนอินเตอร์เน็ต ไม่มีเรื่องอะไรยุ่งยากเลย ผู้บริโภคที่ยังไม่เข้าใจเครือข่าย ยังมีอีกนับสิบล้านคน
ผู้บริโภคที่ยังไม่เป็นสมาชิกของเครือข่ายนับสิบล้านคน อีก สองสามปีข้างหน้า ผลประกอบการของกิฟฟารีน จะมีผลประกอบการถึง 5,000 ล้านบาท มันจะขี้เหร่ไหมครับ ถ้าคุณจะแบ่งเค้กตรงนี้มาสัก 100 ล้านบาท .....
ไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นเรื่องจริง ที่ง่าย ง่ายมาก ๆ ซะด้วยซ้ำไป ....
พอจะมองเห็นอะไรไหมครับ กิฟฟารีนเริ่มต้น 180 บาท แต่คุณสามารถสร้างผลประกอบการให้ธุรกิจคุณมีมูลค่านับ ร้อยล้านบาท และมันจะยังคงเติบโต ต่อไปเรื่อย ๆ
เพียงแต่วันนี้คุณลองทำธุรกิจด้วยมุมมองง่าย ๆ ทำธุรกิจแบบผู้ประกอบการ อย่าทำธุรกิจแบบคนรับเงินเดือนประจำ หรือคุณเป็นเพียงพนักงานขายของเอากำไรไปวัน ๆ ละกันครับ
เรื่อง ๆ ง่าย ๆ แบบนี้ อยู่ที่วันนี้คุณได้เริ่มต้นทำเรื่อง ง่าย ๆ หรือยัง
คุณซื้อบุหรี่สูบเดือนละกี่ซอง ซองละกี่บาท ในหนึ่งเดือน คุณซื้อบุหรี่ไปกี่บาท ?
คุณซื้อของฟุ่มเฟือยเดือนละกี่บาท ?
คุณซื้อขนมกินเดือนละกี่บาท ?
นั่นเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตของคุณ
หากแต่วันนี้หากคุณจะเริ่มสร้างธุรกิจ สักตัว ที่ลงทุนน้อย อัตราการขาดทุนเป็น 0, อัตราเสี่ยงเป็น 0 , และสามารถสร้างรายได้ไม่จำกัด , ผลงานสามารถสะสมได้ และที่สำคัญไม่กระทบงานประจำ หรือการดำเนินชีวิตของคุณเลย
คุณซื้อใบสมัครกิฟฟารีน 180 บาท (ลงทุนมากไปไหมครับ)
และอย่าลืมนะครับ กิฟฟารีน 180 บาท หรือ 180 ล้านบาท อยู่ที่มุมมอง และมุมคิดของคุณเอง ....
คุณจะมีวิธีการสร้างอย่างไร ให้ธุรกิจกิฟฟารีนของคุณมีมูลค่า นับ 100 ล้านบาท
...ย้ำนะครับ 100 ล้านบาท ไม่ใช่ 100 บาท
ก่อนจะไปถึงเรื่องที่จะเขียน วันนี้คุณลองใช้เวลา ยามว่าง ๆ นั่งคิดเล่น ๆ ว่าในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้านี้ คุณมีธุรกิจอะไรอยู่ในมือบ้างไหม
และถ้ามีในอีก 5 ปี หรือ 10 ปี คุณคิดว่าจะสร้างธุรกิจของคุณให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาอีกเท่าไหร่
ถ้ายังไม่มี คุณคิดที่จะสร้างอะไรขึ้นมาบ้างหรือไม่ อันนี้ผมถามผู้คนทั่ว ๆ ไปนะครับ
สำหรับท่านที่มีธุรกิจใหญ่โต ซึ่งอาจจะได้มาโดยมรดกตกทอด หรือการสร้างขึ้นใหม่ด้วยตัวคุณเอง ก็แสดงความยินดีด้วยครับ แต่สำหรับผู้คนเดินดินทั้งหลาย ที่ยังตะเกียกตะกาย ในการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับผม ก็ลองมาคิด ๆ ร่วมกันดูครับ
สำหรับท่านที่ทำธุรกิจกิฟฟารีน อยู่ในตำแหน่งระดับ Exclusive Paradise ขึ้นไปอาจจะมองย้อนกลับมาได้ว่า เรื่องราวที่ผมเขียนอยู่นี้ เกิดขึ้นจริงแล้วสำหรับตัวเขา
แต่สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มทำ หรือยังไม่ได้ทำธุรกิจกิฟฟารีน เพียงแต่วันนี้กำลังศึกษาและหาอะไรใหม่ ๆ ให้ตัวเองบ้าง และบังเอิญผ่านแวะเวียนเข้ามายังเว็บไซค์แห่งนี้ ถ้าท่านมีความรู้พื้นเพ ของธุรกิจเครือข่าย ที่ถูกต้อง เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว ท่านก็คงพอจะนึกภาพออก
แต่หากท่านยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายเลย ผมแนะนำให้ท่านอ่านบทความที่แนะนำธุรกิจเครือข่าย หรือแผนธุรกิจ ของกิฟฟารีนก่อน แล้วค่อยมาอ่านบทความนี้ ท่านจะได้ประโยชน์ มากยิ่งขึ้นครับ
วันนี้คุณสมัครทำธุรกิจกิฟฟารีน ด้วยเงินลงทุนในการเปิดรหัสของคุณเพียง 180 บาท ซึ่งสามารถสมัครได้ทั้งคนเดียว และเป็นคู่ เช่นอาจจะคู่สามีภรรยา ก็เสียค่าเปิดรหัสเท่าเดิมคือ 180 บาท เมื่อเปิดรหัสส่วนตัวแล้วคุณจะได้รหัสประจำตัวมาหนึ่งหมายเลข และได้บัตรประจำตัวของสมาชิกกิฟฟารีน ซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดชีวิตของคุณ วันนี้สิ่งที่เราควรตระหนักคือ
คุณเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ ที่ลงทุนด้วยเงินหลักล้าน ณ วันนี้ กว่า100 แห่งทั่วประเทศ
คุณเป็นเจ้าของสินค้าในแบรนด์ กิฟฟารีน ที่มีคนทำการประชาสัมพันธ์ให้กับคุณ โดยคุณไม่ต้องลงทุนเลยแม้แต่บาทเดียว
คุณมีพนักงานขาย อยู่ในร้านสะดวกซื้อของคุณ มียามเฝ้าร้านที่ร้านสะดวกซื้อของคุณ โดยคุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนแม้แต่บาทเดียว
คุณคือเจ้าของธุรกิจที่วันนี้ได้เริ่มต้น ธุรกิจของตัวคุณเอง ทำการตลาดด้วยตัวคุณเอง และมีโรงเรียนสอนในการทำการตลาด ให้คุณฟรี ๆ
หากคุณมองภาพเหล่านี้ เรื่องการทำให้ธุรกิจของคุณมีมูลค่านับ ร้อยล้านบาท ภายใน 5 - 10 ปีก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ
แต่ในมุมกลับหากคุณคิดว่า
คุณเป็นเพียงคนขายของ ที่เอาสินค้าของกิฟฟารีนมาขาย เพื่อหารายได้เพียงแค่ สี่ห้าพันบาทต่อเดือน
คุณไม่ได้คิดว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่เป็นแค่เพียงสมาชิกขายกิฟฟารีนเท่านั้น
คุณทำธุรกิจเหมือนคุณเป็นลูกจ้างประจำ ที่คอยว่าสิ้นเดือนจะมีเงินเดือนประจำให้ คุณไม่ได้มองเรื่องผลประกอบการ หรือการเติบโตของธุรกิจคุณเลย
ถ้าคุณยังคิดแบบนี้ การจะทำให้ธุรกิจของคุณมีมูลค่านับล้านบาทก็เป็นเรื่องยากแล้วละครับ
วันนี้ผมสมมุติว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่ปรารถนาที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต มีมูลค่านับล้านบาทแล้วกัน มาดูสิว่าคุณจะมีวิธีการผลักดันให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้เฉกเช่นใด ยากหรือง่ายเพียงไหน
ก่อนจะเขียนต่อไป ผมขอเขียนให้คุณอ่านแบบง่าย ๆ ว่า
หากวันนี้คุณลงทุนซื้อสินค้าใช้ เดือนละ 500 บาท ได้ เรื่องธุรกิจร้อยล้านก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ สิ่งที่คุณต้องทำ
1. คุณซื้อสินค้าใช้เดือนละ 500 บาท
2. คุณแนะนำเพื่อนร่วมทำธุรกิจกับคุณ เดือนละ 3 คน (มากหรือน้อยกว่านี้ ก็อยู่ที่คุณวางแผน)
สมมุติว่าคุณ และในสายงานคุณแนะนำเพื่อนเข้าร่วมทำธุรกิจได้ เดือนละ 3 คน ต่อคน มาดูอัตราการเติบโต ของธุรกิจคุณภายใน 1 ปีกัน
เดือนที่ จำนวนคนแต่ละชั้น คนทั้งหมด ยอดธุรกิจ (บาท)
1 1 1 500
2 3 4 2,000
3 9 13 6,500
4 27 40 20,000
5 81 121 60,500
6 243 364 182,000
7 729 1,093 546,500
8 2,187 3,280 1,640,000
9 6,561 9,841 4,920,500
10 19,683 29,524 14,762,000
11 59,049 88,573 44,286,500
12 177,147 265,720 132,860,000
เห็นไหมครับ ผลประกอบการของคุณภายใน 1 ปี มีมูลค่าถึง 132 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องตลกเลยใช่ไหมครับ เพียงแค่แต่ละคนซื้อสินค้าใช้ เดือนละ 500 บาทเท่านั้นเอง รายได้คงไม่ต้องถามถึงแล้วนะครับ ว่าคุณมีรายได้จากธุรกิจนี้กี่บาท ......
วันนี้เรามองเรื่องธุรกิจเครือข่ายกันยากมากเกินไป จึงทำให้อะไรหลาย ๆ อย่างมาขวางความสำเร็จของคุณ ลองมองใหม่สิครับ ปรับมุมมองใหม่ ธุรกิจเครือข่ายบนอินเตอร์เน็ต ไม่มีเรื่องอะไรยุ่งยากเลย ผู้บริโภคที่ยังไม่เข้าใจเครือข่าย ยังมีอีกนับสิบล้านคน
ผู้บริโภคที่ยังไม่เป็นสมาชิกของเครือข่ายนับสิบล้านคน อีก สองสามปีข้างหน้า ผลประกอบการของกิฟฟารีน จะมีผลประกอบการถึง 5,000 ล้านบาท มันจะขี้เหร่ไหมครับ ถ้าคุณจะแบ่งเค้กตรงนี้มาสัก 100 ล้านบาท .....
ไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นเรื่องจริง ที่ง่าย ง่ายมาก ๆ ซะด้วยซ้ำไป ....
พอจะมองเห็นอะไรไหมครับ กิฟฟารีนเริ่มต้น 180 บาท แต่คุณสามารถสร้างผลประกอบการให้ธุรกิจคุณมีมูลค่านับ ร้อยล้านบาท และมันจะยังคงเติบโต ต่อไปเรื่อย ๆ
เพียงแต่วันนี้คุณลองทำธุรกิจด้วยมุมมองง่าย ๆ ทำธุรกิจแบบผู้ประกอบการ อย่าทำธุรกิจแบบคนรับเงินเดือนประจำ หรือคุณเป็นเพียงพนักงานขายของเอากำไรไปวัน ๆ ละกันครับ
เรื่อง ๆ ง่าย ๆ แบบนี้ อยู่ที่วันนี้คุณได้เริ่มต้นทำเรื่อง ง่าย ๆ หรือยัง
คุณซื้อบุหรี่สูบเดือนละกี่ซอง ซองละกี่บาท ในหนึ่งเดือน คุณซื้อบุหรี่ไปกี่บาท ?
คุณซื้อของฟุ่มเฟือยเดือนละกี่บาท ?
คุณซื้อขนมกินเดือนละกี่บาท ?
นั่นเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตของคุณ
หากแต่วันนี้หากคุณจะเริ่มสร้างธุรกิจ สักตัว ที่ลงทุนน้อย อัตราการขาดทุนเป็น 0, อัตราเสี่ยงเป็น 0 , และสามารถสร้างรายได้ไม่จำกัด , ผลงานสามารถสะสมได้ และที่สำคัญไม่กระทบงานประจำ หรือการดำเนินชีวิตของคุณเลย
คุณซื้อใบสมัครกิฟฟารีน 180 บาท (ลงทุนมากไปไหมครับ)
และอย่าลืมนะครับ กิฟฟารีน 180 บาท หรือ 180 ล้านบาท อยู่ที่มุมมอง และมุมคิดของคุณเอง ....
เหตุผลและข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจกับกิฟฟารีน
1.ลงทุนน้อยมากๆ ค่าสมัครเพียง 180 บาท สมัครครั้งเดียว ทำธุรกิจได้ตลอดชีพ
2.สิทธิประโยชน์ในการซื้อสินค้ามากมายกว่า 2,000 รายการ ในราคาพิเศษสุดๆ ลด 25% พร้อมเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที
3.ได้รับเว็บไซต์ขยายธุรกิจฟรี แค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ท
4.ได้รับคุ้มครองประกันชีวิต 120,000 - 360,000 บาท
5.เป็นมรดกทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบให้แก่ทายาทได้ในอนาคตด้วย
6.จัดกิจกรรมทางการตลาด และส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง มอบรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศแก่ตัวแทนที่มีผลงานยอดเยี่ยม เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
7.ทำร่วมกับงานประจำได้ เพียงจัดสรรเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้า และติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการคืนกลับมาของรายได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
8.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ และสามารถเข้ารับการอบรมกับสถาบันพัฒนานักธุรกิจกิฟฟารีน ที่พร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ตรง และหลักวิธีการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนานักธุรกิจอิสระที่ดีที่สุด
9.ปราศจากความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยศักยภาพของศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน มากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และการให้บริการจัดส่งสินค้า “Giffarine Delivery” จึงทำให้นักธุรกิจไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าครั้งละมากๆ หรือลงทุนเปิดศูนย์ธุรกิจเอง
10.ทำได้ไม่ยาก แม้ในผู้ที่ไม่ถนัดงานขาย เพราะธุรกิจกิฟฟารีน คือการบอกเล่าความประทับใจในตัวสินค้าที่ตนเองใช้ให้แก่คนรอบข้าง เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
11.ได้เป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการเป็นเจ้าของศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนมากกว่า 100 สาขา ที่มีสินค้าคุณภาพจำหน่ายกว่า 2,000 รายการ โดยสามารถบริหารจัดการองค์กรของตนเองอย่างเป็นอิสระ และได้รับการสนับสนุนทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีรายได้และสร้างกำไรนับตั้งแต่เดือนแรกที่ทำธุรกิจ
12.มีรายได้ที่ดีในระยะเวลาอันสั้น และมั่นคงในระยะยาว ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่า ยุติธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย
13.มีความมั่นคงทางธุรกิจ บริษัทกิฟฟารีนฯ ก่อตั้งด้วยการลงทุนเงินสดจำนวน 100 ล้านบาท จึงปราศจากภาระหนี้สิน และมีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นทุกปี เราจึงมั่นใจว่า เราพร้อมที่จะนำพาทุกท่านสู่ความสำเร็จ ในฐานะ "เจ้าของธุรกิจ" กับกิฟฟารีน
14.กิฟฟารีนมีโรงงานผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสากลเป็นของตัวเอง สามารถควบคุมได้ทั้งคุณภาพและกำหนดราคาสินค้าได้อย่างยุติธรรมสมเหตุสมผล
15.แบรนด์กีฟฟารีนเป็นแบรนด์ซึ่งเป็นที่ยอมรับและครองใจผู้บริโภคมาเป็นเวลานาน มีการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หรือนิตยสารต่างๆ ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจได้รับความสะดวกในการขยายงาน และไม่เปลืองเวลาในการนำเสนอให้คนรู้จักกิฟฟารีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง
2.สิทธิประโยชน์ในการซื้อสินค้ามากมายกว่า 2,000 รายการ ในราคาพิเศษสุดๆ ลด 25% พร้อมเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที
3.ได้รับเว็บไซต์ขยายธุรกิจฟรี แค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ท
4.ได้รับคุ้มครองประกันชีวิต 120,000 - 360,000 บาท
5.เป็นมรดกทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบให้แก่ทายาทได้ในอนาคตด้วย
6.จัดกิจกรรมทางการตลาด และส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง มอบรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศแก่ตัวแทนที่มีผลงานยอดเยี่ยม เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
7.ทำร่วมกับงานประจำได้ เพียงจัดสรรเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้า และติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการคืนกลับมาของรายได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
8.ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ และสามารถเข้ารับการอบรมกับสถาบันพัฒนานักธุรกิจกิฟฟารีน ที่พร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ตรง และหลักวิธีการทำธุรกิจที่ชัดเจน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนานักธุรกิจอิสระที่ดีที่สุด
9.ปราศจากความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยศักยภาพของศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน มากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ และการให้บริการจัดส่งสินค้า “Giffarine Delivery” จึงทำให้นักธุรกิจไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าครั้งละมากๆ หรือลงทุนเปิดศูนย์ธุรกิจเอง
10.ทำได้ไม่ยาก แม้ในผู้ที่ไม่ถนัดงานขาย เพราะธุรกิจกิฟฟารีน คือการบอกเล่าความประทับใจในตัวสินค้าที่ตนเองใช้ให้แก่คนรอบข้าง เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
11.ได้เป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการเป็นเจ้าของศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนมากกว่า 100 สาขา ที่มีสินค้าคุณภาพจำหน่ายกว่า 2,000 รายการ โดยสามารถบริหารจัดการองค์กรของตนเองอย่างเป็นอิสระ และได้รับการสนับสนุนทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีรายได้และสร้างกำไรนับตั้งแต่เดือนแรกที่ทำธุรกิจ
12.มีรายได้ที่ดีในระยะเวลาอันสั้น และมั่นคงในระยะยาว ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่า ยุติธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย
13.มีความมั่นคงทางธุรกิจ บริษัทกิฟฟารีนฯ ก่อตั้งด้วยการลงทุนเงินสดจำนวน 100 ล้านบาท จึงปราศจากภาระหนี้สิน และมีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นทุกปี เราจึงมั่นใจว่า เราพร้อมที่จะนำพาทุกท่านสู่ความสำเร็จ ในฐานะ "เจ้าของธุรกิจ" กับกิฟฟารีน
14.กิฟฟารีนมีโรงงานผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสากลเป็นของตัวเอง สามารถควบคุมได้ทั้งคุณภาพและกำหนดราคาสินค้าได้อย่างยุติธรรมสมเหตุสมผล
15.แบรนด์กีฟฟารีนเป็นแบรนด์ซึ่งเป็นที่ยอมรับและครองใจผู้บริโภคมาเป็นเวลานาน มีการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หรือนิตยสารต่างๆ ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจได้รับความสะดวกในการขยายงาน และไม่เปลืองเวลาในการนำเสนอให้คนรู้จักกิฟฟารีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง
กิฟฟารีน ธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริง
งานที่เราทำมีสองประเภท
1.งานเลี้ยงชีวิต คืองานที่เราทำแบบทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เป็นอาชีพหลักของเรา
2. คืองานสร้างชีวิต สร้างเพื่อสิ่งที่ดีกว่า สร้างเพื่อวันข้างหน้าคุณสามารถมอบความสำเร็จให้ลูกหลานได้ โชคดีเราสามารถทำงานสองประเภทนี้ไปพร้อม ๆ กัน
วันนี้คุณสร้างระบบเครือข่าย วันข้างหน้าเครือข่ายจะสร้างเม็ดเงินให้กับคุณ
และครอบครัวคุณ อย่างไม่สิ้นสุด
วันนี้คุณเริ่มสร้างหรือยัง และวันนี้คุณทำงานแบบไหนอยู่ ?
กิฟฟารีนออนไลน์ ธุรกิจที่ให้เราเป็นเจ้าของ เป็นเจ้านายของตัวเอง
ไม่บังคับยอด ไม่บังคับขาย ทำงานอย่างอิสระ จากที่บ้านของคุณเอง
ด้วยระบบการทำงานจากที่บ้านอย่างสมบรูณ์แบบ ของยูแคนดู
ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต
คุณสามารถดำเนินธุรกิจของคุณอย่างสบายๆ
จากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่ไหนๆก็ได้
ด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายของนักธุรกิจกิฟฟารีน
ที่นี่คุณจะสามารถสร้างองค์กรเครือข่ายของคุณ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ทำได้แม้คุณไม่รู้จักใครเลย และด้วยการใช้เว็บไซค์ หรืออินเตอร์เน็ตทำงานนี้เอง
ธุรกิจของคุณจึงสามารถขยายตัวได้ตลอดเวลา
24 ชั่วโมงต่อวัน
7 วันต่อหนึ่งสัปดาห์
เทคโนโลยีที่ทำงานแทนคุณอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
หมดยุคแล้วสำหรับธุรกิจเครือข่าย
- ที่ต้องหิ้วสินค้าไปขาย
- ต้องไปสาธิตสินค้า
- ต้องไปตื้อคนที่เขาไม่สนใจ
- ต้องเข็นคนเข้าประชุม
ธุรกิจของคุณ
อนาคตของคุณ
ความสำเร็จของคุณ
รอคุณอยู่ที่นี่
เส้นทางสู่เจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
ลงทุนเพียง 180 บาท
ไม่ต้องหาอาคาร
ไม่ต้องหาสินค้า
ไม่ต้องจ้างพนักงาน
ไม่มีการกู้เงินมาลงทุน และไม่มีความเสี่ยง
มีเวปไซต์ให้ใช้ขยายงาน
มีประกันภัย 120,000 - 360,000 บาท
มีสินค้าให้เลือก 2000 กว่ารายการ
และมีทีมงานคุณภาพคอยแนะนำช่วยเหลือ
คำว่าเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
สมัยนี้มีคำนี้มาก แต่กิฟฟารีนไม่เคยทำตามใคร
เราเป็นเจ้าแรกที่บอกว่าทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายผู้บริโภค
ทุกคนคือเจ้าของเครือข่ายบริโภคที่แท้จริง
เจ้าของธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริงต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีสินค้าที่ทุกคนซื้อกินซื้อใช้ได้จริงๆ บางแบรนด์มีให้สำหรับชนชั้นสูง ฐานะดีจึงซื้อได้ บางแบรนด์สำหรับคนชั้นกลางถึงล่าง แต่กิฟฟารีน มีสินค้าสำหรับคนในทุกฐานะ
2. มีความคุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่ายให้อย่างแท้จริง เพราะเราไม่มีการต่ออายุ ถ้าที่ไหนมีการต่ออายุก็ไม่ใช่เจ้าของเครือข่ายอย่างแท้จริง หรือที่ใดมีข้อแม้ว่าต้องซื้อของภายในระยะเวลานั้น หากไม่ซื้อจะตัดชื่อออก นี่ก็ไม่ใช่ แต่เราไม่ตัดใครออกไป จุดแข็งของกิฟฟารีนที่ไม่เหมือนใครคือ ใครสมัครมา
เราไม่ตัดใครออกไปเลย แม้เขาจะไม่ได้ซื้อหรือไม่ได้ทำงานก็ตาม
ถ้าเทียบกันบาทต่อบาท กิฟฟารีนให้ได้มากที่สุดของธุรกิจที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ และที่สำคัญ pv ของเราเท่าราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน มีสินค้าน้อยมากที่ pv จะต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ
"บริษัทกิฟฟารีน ไม่มีหนี้ หมอไม่เคยกู้แบงค์มาทำธุรกิจ หมอใช้เงินสดมาตลอด ตอนนี้หมอวางแผนผู้บริหารใน gerneration 2 แล้ว พวกเราไม่ต้องห่วง หมอต้องการให้กิฟฟารีนอยู่เป็นร้อยปี
ไม่ใช่อยู่เป็นแค่สิบยี่สิบปี"
ดูแลไม่กี่คน แต่ดูแลให้ดีดี แล้วเงินแสนเงินล้านจะตามมาเอง
จุดเด่นของกิฟฟารีน
1. คุ้มครองลิขสิทธิ์เครือข่าย 100% หนึ่งเดียวในโลก
2. มีสินค้าที่ติดตลาด ขายตัวเองได้
มั่นใจได้ว่าสินค้าของเราจะช่วยทุกท่าน ขับเคลื่อนรายได้อยู่เสมอ และตลอดไป ด้วยราคาและคุณภาพ กิฟฟารีนได้ซื้อวัตถุดิบมาจากที่เดียวกับแบรนด์ดังของโลก แต่เราเหนือกว่าตรงที่ เราสามารถเอาวัตถุดิบนั้นมาแปรสภาพให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคนไทย
สินค้าของเรามีเหมือนที่ GNC มี (GNC คือ บริษัทอาหารเสริมในอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เรามีหมดเหมือน GNC แสดงว่าเราไม่มีทางล้าสมัยแน่นอน
3. เรามีระบบสนับสนุนการตลาด ที่แข็งแรงที่สุด ไม่ต้องลงทุน ไม่มีความเสี่ยง
คือ เรามีโรงงานผลิตสินค้าเอง มีศูนย์ธุรกิจให้บริการและดูแลนักธุรกิจโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เราเสียภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้าแทนนักธุรกิจ
เพื่อแบ่งเบาภาระที่จะต้องเสียก้อนใหญ่ในแต่ละปี
เพื่อแบ่งเบาภาระที่จะต้องเสียก้อนใหญ่ในแต่ละปี
การดูแลสายงาน เราดูแลแค่ 4 ชั้นก็เพียงพอ คือ ดูแลตัวเราเอง ดาวน์ไลน์ติดตัว
ดาวน์ไลน์หลาน ดาวน์ไลน์เหลน อย่างนี้เราจะได้เงินแสนถึงเงินล้าน
แต่หากเราต้องการรายได้ 10,000-20,000 ต่อเดือน
เราก็ดูแลคนแค่สองชั้นก็พอ คือ ตัวเราเองและดาวน์ไลน์ติดตัว
และหากเราต้องหารรายได้ 20,000-50,000
เราก็ดูแลสามชั้น คือ ตัวเราเอง ดาวน์ไลน์ติดตัว ดาวน์ไลน์หลาน
งานนี้ไม่ได้อาศัยว่าต้องเก่ง แต่อาศัยความชำนาญการทำซ้ำๆมากกว่า
เช่นการดูแลคน การสร้างโกลสตาร์ การสร้างสายงานใหม่ๆ
ก็คือการทำงานซ้ำๆกัน ก่อให้เกิดความชำนาญ
ระบบสนับสนุนจากบริษัท
1. สร้างความพร้อมให้สมาชิกคือ มีการอบรมสัมนา ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- ในศูนย์ธุรกิจ
- ในงานประชุมประจำเดือน
- งานสัมนาที่โรงแรมอินทรา ทุกวันอังคาร
- การอบรมแต่งหน้า / การอบรมบุคลิกภาพ
มีสื่อธุรกิจต่างๆ
- VCD
- เอกสารต่างๆ
- หนังสือเส้นขอบฟ้า
2. บริษัทช่วยรักษาและดูแลเครือข่าย
ท่านสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสมาชิกได้ทันทีง่ายดาย
- บริษัทมีดัชนีพัฒนาเครือข่ายใน สลิปเงินปันผล
- แผนผังองค์กาสมาชิก สามารถขอทางบริษัทได้
3. บริษัทมีโฆษณาประชาสัมพันธ์
4. จัดให้มีสินค้าแลกซื้อเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคในทุกเดือน
5. จัดให้มีโปรแกรมการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศ
และโปรโมชั่นต่างๆเพื่อกระตุ้นให้นักธุรกิจมีความคึกคัก มีชีวิตชีวา
การบริหารเครือข่าย
1. ธุรกิจกิฟฟารีนเป็นเครือข่ายที่ขยายงานได้ง่าย
2. ถ้าเทียบกับบริษัทอื่น แบบบาทต่อบาท เราจะจ่ายคืนให้ได้มากกว่าที่อื่น
3. แผนธุรกิจไม่กดดัน ตรงที่ตำแหน่งขึ้นแล้วขึ้นเลย ไม่ลด
หากบางเดือนเราไม่ว่างทำ ตำแหน่งเราก็ไม่ลด
4. เป็นบริษัทที่มีความพร้อม ทำให้คนไม่เก่งก็ทำได้เติบโตได้
5. สินค้าของเราขายตัวเองได้
สรุป เรามีสินค้าที่มากที่สุด ให้เงินปันผลที่มากที่สุด
เราเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างแท้จริง 100%ไม่ต้องมาต่ออายุกันอีก
ธุรกิจนี้สามารถให้เงินเป็นแสนเป็นล้านได้ หากต้องการ หากมุ่งมั่น
ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ต้องมีวินัย + มีวิธีการ
วิถีชีวิตทุกคนก็เป็นเครือข่ายอยู่แล้ว เช่นเมื่อเราไปเจอหมอ หมอคนไหนรักษาดี เราก็ไปบอกต่อ ก็เท่ากับว่าเราทำธุรกิจเครือข่ายให้หมอคนนั้นแล้ว ถูกไหม
คนที่เหนื่อยมากได้น้อยคือคนทำงานไม่เป็น คนที่เหนื่อยน้อยได้มากคือคนที่ทำงานเป็น
กิฟฟารีน ทำง่าย ได้เยอะ และมั่นคง
การเริ่มต้นธุรกิจนั้นง่ายมาก
การเริ่มต้นธุรกิจนั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณสมัครเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ย้ำ!นะครับ "หุ้นส่วนธุรกิจ" Giffarineเชิญทุกท่านเข้ามาเป็นเจ้าของ ธุรกิจร่วมกัน ให้ท่านเป็นเจ้าของสินค้ากว่า 2 พันรายการ โดยมีกิฟฟารีนเป็นบริษัทแม่ คอยช่วยเหลือและสร้างระบบ สนับสนุนทางการตลาดเพื่อช่วยเหลือ นักธุรกิจให้ทำงานได้ง่ายขึ้น
1.บรอนซ์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 1,500 PV ( 1 PV=1บาท ) มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 10% ของยอดกลุ่มเครือข่ายและประกันอุบัติเหตุ 120,000 เมื่อซื้อสินค้าครบ 400 PV / 1,500 แรกในชีวิต ไม่คิดปันผล หลังจากนั้นคิดให้ตั้งแต่ บาท แรก ยกตัวอย่างเช่น ตัวคุณเริ่มต้นธุรกิจ มีตำแหน่งในกิฟฟารีนเป็น"สตาร์" ซื้อกินซื้อใช้ 500 บาท แนะนำเพื่อน 2 คน ซื้อใช้ สมมุติเพื่อนซื้อคนละ 1,000 บาท = 2,500 คำนวณได้ ดังนี้ 2,500-1,500 (1,500 แรกในชีวิตไม่คิดปันผล) =1,000 x 10% = คุณได้ปันผลคืน 100 บาท พร้อมประกันอุบัตุเหตุวงเงิน 120,000 บาท บางท่านอาจจะบอกว่า โห!น้อยจัง ครับ น้อยครับ ซื้อ 500 ได้คืน 100 คำถามคือ คุณซื้อสินค้าในห้างมากี่ปีแล้ว เค้าให้คุณคืนมากี่บาท? มาดูกันต่อครับ
2. ซิลเวอร์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 9,000 PV มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 15% ของยอดกลุ่มเครือข่าย และ มีสิทธิ์ได้รับประกันอุบัตุเหตุ 120,000 เมื่อซื้อสินค้าครบ 400 PV เช่น เมื่อคุณแนะนำเพื่อนได้ 3 คนในเดือนแรก และเพื่อนๆของคุณ แนะนำต่อไปเรื่อยๆคนละ 3 คนในเดือนที่2 เท่ากับคุณจะมีเครือข่ายกิฟฟารีน รวมตัวคุณเองเท่ากับ 13 คนและในเดือนนี้เองทุกคนซื้อสินค้าใช้คนละ 1พัน(PV)บาท จะเท่ากับ 13,000 PV
คำนวณได้ดังนี้ ยอดกลุ่ม9,000 แรกก่อนขึ้นซิลเวอร์คิด 10% =900 บาท เพราะเป็นยอดก่อนขึ้นตำแหน่ง ส่วนที่เกิน9พัน คิดให้ 15% เพราะเป็นยอดหลังขึ้นตำแหน่ง = 4,000 x 15%= 600 รวมเป็นเงินปันผลเท่ากับ 1,500 บาท บริษัทจะแบ่งจ่าย ให้สมาชิกติดตัวของคุณตามตำแหน่ง และยอดกลุ่มของเขาในที่นี้เขาจะได้คนละ250บาทซึ่งคุณก็จะเหลือ 750 บาท พอจะได้ยังอ่ะ ซื้อ 1พัน ได้คืน 750 อย่าลืมนะครับ สินค้าที่คุณซื้อ ซื้อเพราะเป็นสินค้าที่ต้องใช้ ไม่ใช่ซื้อเพราะอยากได้เงินคืน ไม่งั้นคุณจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
3.โกลด์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 45,000 PV มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 25% ของยอดกลุ่มเครือข่าย และ มีสิทธ์ได้รับประกันอุบัติเหตุวงเงิน 220,000 บาท
ถ้าคุณยังคงรักษามาตรฐาน ในการขยายธุรกิจของคุณ ทุกคนขยายสมาชิกอย่างน้อยเดือนละ 3 คน ในเดือนที่ 4-5 อย่างน้อยคุณต้องมีสมาชิก ไม่ต่ำกว่า 80 คน อย่างแน่นอน ยกเว้น ขี้เกียจ! ผมประมาณการเอาแค่ 80 คน ตัวเลขกลม ลองคำนวณเล่นๆสมมุติสมาชิก ทั้ง 80 คน ซื้อสินค้าในเดือนที่ 4 นี้เอง คนละ 800 บาท คุณจะมียอดกลุ่มเท่ากับ 64,000 PV(บาท)
คำนวณเป็นเงินปันผลได้ดังนี้ 64,000 (45,000x15%= 6,750 + 19,000x25%=4,750) = 11,500 บาท ที่ได้อย่างนี้เพราะยอดกลุ่ม ก่อนขึ้นตำแหน่ง จะต้องคิดตาม% ที่ได้ในตำแหน่งนั้นๆ ส่วนที่เกิน จะคิดให้ในตำแหน่งใหม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ บริษัทจะแบ่งจ่ายเงินปันผลให้กับ สมาชิกในเครือข่ายของคุณตามตำแหน่ง ในที่นี้จะต้องแบ่งจ่ายให้ 3 คน ของคุณ คนละ 1,500 บาท คุณจะเหลือเงินเข้ากระเป๋า เท่ากับ 7,000 บาท คุณซื้อของใช้ไป 800 บาท ได้คืน 7 พันบาท ห้างใหนก็ไม่มีให้คุณนะ
หลังจากนี้คุณเพียงแค่ ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทีมงานของคุณ ให้เติบโตตามคุณ เพื่อที่ตัวคุณเองจะได้ขยับ ขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า เรียกว่าการสร้าง โกลด์ลูก โกลด์หลาน งานนี้เป็นงานสร้างสัมพันธภาพ สร้างเพื่อน และสร้างรายได้ ไม่มีการบังคับ เป็นไปด้วยความสมัครใจ มีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีสิ่งที่ยืนยันได้ว่ามันมีอยู่จริง มันเป็นไปได้จริง พิสูจน์ได้ด้วยตัวท่านเองครับ คนไทยทุกคนไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ และไม่ชอบเอาเปรียบใคร ถ้าเพื่อนสนใจสมัครสมาชิก เราก็แนะนำให้เพื่อนซื้อ แต่อย่ายัดเยียดให้เพื่อนซื้อเกินความจำเป็น ซื้อ 1-2 ชิ้นด้วยความสบายใจ อาจจะเป็นโรลออน โฟมล้างหน้า ครีมทาผิว เมื่อใช้ดีแล้วยังไงเพื่อนก็ต้องกลับมาใช้อีก ดีกว่าไปยัดเยียดให้เพื่อนซื้อเป็น 10 ชิ้น บางทีกลับถึงบ้านนั่งมองของที่ซื้อมา ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไร?
อ่ะ! เห็นความคุ้มค่าของการเปลี่ยนมาใช้สินค้า กิฟฟารีน หรือยังครับ ซื้อกินซื้อใช้ เท่าที่จำเป็น แนะนำสิ่งดีๆให้กับคนรู้จัก มีหรือที่ได้อย่างนี้แล้ว คุณจะไม่กล้าลองมันดูซักตั้ง มันไม่เสียหายอะไรนี่ คุณได้สินค้าคุณภาพใช้ ได้แบ่งปันรายได้ให้กับเพื่อนๆได้มีกิจการเป็นของตัวเอง ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้มีอาชีพที่ดี "คำถามก็คือคุณยังพอใจที่จะทำงานเพื่อคนอื่น เพื่อแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด ชีวิตขึ้นอยู่กับ ปลายปากกาคนอื่น อยู่อีกหรือเปล่า" ถ้าคุณยังพอใจเช่นนั้น เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก แต่ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า นี่คือโอกาสที่คุณจะสามารถใช้ศักยภาพของตัวเอง สร้างธุรกิจของตัวเอง เป็นเจ้านายตัวเอง ทีมงานของเรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณ ประสบความสำเร็จ ในธุรกิจนี้ได้อย่างง่ายดาย อย่า! อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมให้คุณลาออกจากงานประจำ มาทำกิฟฟารีนเต็มตัวนะ งานประจำคุณก็ทำไป ค่อยๆสร้างธุรกิจที่สองของคุณไปเรื่อยๆ แบ่งเวลามาทำอย่างน้อยก็หลังเลิกงานวันละ 1.5 ชม. หรือเสาร์-อาทิตย์ คุณทำได้ เชื่อผมเถอะ คุณมีศักยภาพ เพียงพอ
ตำแหน่งในกิฟฟารีน ขั้นต้น ที่ต้องสร้าง
มีแค่ 3 ตำแหน่งเท่านั้นเองครับ
1.บรอนซ์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 1,500 PV ( 1 PV=1บาท ) มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 10% ของยอดกลุ่มเครือข่ายและประกันอุบัติเหตุ 120,000 เมื่อซื้อสินค้าครบ 400 PV / 1,500 แรกในชีวิต ไม่คิดปันผล หลังจากนั้นคิดให้ตั้งแต่ บาท แรก ยกตัวอย่างเช่น ตัวคุณเริ่มต้นธุรกิจ มีตำแหน่งในกิฟฟารีนเป็น"สตาร์" ซื้อกินซื้อใช้ 500 บาท แนะนำเพื่อน 2 คน ซื้อใช้ สมมุติเพื่อนซื้อคนละ 1,000 บาท = 2,500 คำนวณได้ ดังนี้ 2,500-1,500 (1,500 แรกในชีวิตไม่คิดปันผล) =1,000 x 10% = คุณได้ปันผลคืน 100 บาท พร้อมประกันอุบัตุเหตุวงเงิน 120,000 บาท บางท่านอาจจะบอกว่า โห!น้อยจัง ครับ น้อยครับ ซื้อ 500 ได้คืน 100 คำถามคือ คุณซื้อสินค้าในห้างมากี่ปีแล้ว เค้าให้คุณคืนมากี่บาท? มาดูกันต่อครับ
2. ซิลเวอร์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 9,000 PV มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 15% ของยอดกลุ่มเครือข่าย และ มีสิทธิ์ได้รับประกันอุบัตุเหตุ 120,000 เมื่อซื้อสินค้าครบ 400 PV เช่น เมื่อคุณแนะนำเพื่อนได้ 3 คนในเดือนแรก และเพื่อนๆของคุณ แนะนำต่อไปเรื่อยๆคนละ 3 คนในเดือนที่2 เท่ากับคุณจะมีเครือข่ายกิฟฟารีน รวมตัวคุณเองเท่ากับ 13 คนและในเดือนนี้เองทุกคนซื้อสินค้าใช้คนละ 1พัน(PV)บาท จะเท่ากับ 13,000 PV
คำนวณได้ดังนี้ ยอดกลุ่ม9,000 แรกก่อนขึ้นซิลเวอร์คิด 10% =900 บาท เพราะเป็นยอดก่อนขึ้นตำแหน่ง ส่วนที่เกิน9พัน คิดให้ 15% เพราะเป็นยอดหลังขึ้นตำแหน่ง = 4,000 x 15%= 600 รวมเป็นเงินปันผลเท่ากับ 1,500 บาท บริษัทจะแบ่งจ่าย ให้สมาชิกติดตัวของคุณตามตำแหน่ง และยอดกลุ่มของเขาในที่นี้เขาจะได้คนละ250บาทซึ่งคุณก็จะเหลือ 750 บาท พอจะได้ยังอ่ะ ซื้อ 1พัน ได้คืน 750 อย่าลืมนะครับ สินค้าที่คุณซื้อ ซื้อเพราะเป็นสินค้าที่ต้องใช้ ไม่ใช่ซื้อเพราะอยากได้เงินคืน ไม่งั้นคุณจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อย
3.โกลด์สตาร์ เมื่อมียอดกลุ่มครบ 45,000 PV มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล 25% ของยอดกลุ่มเครือข่าย และ มีสิทธ์ได้รับประกันอุบัติเหตุวงเงิน 220,000 บาท
ถ้าคุณยังคงรักษามาตรฐาน ในการขยายธุรกิจของคุณ ทุกคนขยายสมาชิกอย่างน้อยเดือนละ 3 คน ในเดือนที่ 4-5 อย่างน้อยคุณต้องมีสมาชิก ไม่ต่ำกว่า 80 คน อย่างแน่นอน ยกเว้น ขี้เกียจ! ผมประมาณการเอาแค่ 80 คน ตัวเลขกลม ลองคำนวณเล่นๆสมมุติสมาชิก ทั้ง 80 คน ซื้อสินค้าในเดือนที่ 4 นี้เอง คนละ 800 บาท คุณจะมียอดกลุ่มเท่ากับ 64,000 PV(บาท)
คำนวณเป็นเงินปันผลได้ดังนี้ 64,000 (45,000x15%= 6,750 + 19,000x25%=4,750) = 11,500 บาท ที่ได้อย่างนี้เพราะยอดกลุ่ม ก่อนขึ้นตำแหน่ง จะต้องคิดตาม% ที่ได้ในตำแหน่งนั้นๆ ส่วนที่เกิน จะคิดให้ในตำแหน่งใหม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ บริษัทจะแบ่งจ่ายเงินปันผลให้กับ สมาชิกในเครือข่ายของคุณตามตำแหน่ง ในที่นี้จะต้องแบ่งจ่ายให้ 3 คน ของคุณ คนละ 1,500 บาท คุณจะเหลือเงินเข้ากระเป๋า เท่ากับ 7,000 บาท คุณซื้อของใช้ไป 800 บาท ได้คืน 7 พันบาท ห้างใหนก็ไม่มีให้คุณนะ
หลังจากนี้คุณเพียงแค่ ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทีมงานของคุณ ให้เติบโตตามคุณ เพื่อที่ตัวคุณเองจะได้ขยับ ขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า เรียกว่าการสร้าง โกลด์ลูก โกลด์หลาน งานนี้เป็นงานสร้างสัมพันธภาพ สร้างเพื่อน และสร้างรายได้ ไม่มีการบังคับ เป็นไปด้วยความสมัครใจ มีเหตุมีผล มีหลักฐาน มีสิ่งที่ยืนยันได้ว่ามันมีอยู่จริง มันเป็นไปได้จริง พิสูจน์ได้ด้วยตัวท่านเองครับ คนไทยทุกคนไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ และไม่ชอบเอาเปรียบใคร ถ้าเพื่อนสนใจสมัครสมาชิก เราก็แนะนำให้เพื่อนซื้อ แต่อย่ายัดเยียดให้เพื่อนซื้อเกินความจำเป็น ซื้อ 1-2 ชิ้นด้วยความสบายใจ อาจจะเป็นโรลออน โฟมล้างหน้า ครีมทาผิว เมื่อใช้ดีแล้วยังไงเพื่อนก็ต้องกลับมาใช้อีก ดีกว่าไปยัดเยียดให้เพื่อนซื้อเป็น 10 ชิ้น บางทีกลับถึงบ้านนั่งมองของที่ซื้อมา ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไร?
อ่ะ! เห็นความคุ้มค่าของการเปลี่ยนมาใช้สินค้า กิฟฟารีน หรือยังครับ ซื้อกินซื้อใช้ เท่าที่จำเป็น แนะนำสิ่งดีๆให้กับคนรู้จัก มีหรือที่ได้อย่างนี้แล้ว คุณจะไม่กล้าลองมันดูซักตั้ง มันไม่เสียหายอะไรนี่ คุณได้สินค้าคุณภาพใช้ ได้แบ่งปันรายได้ให้กับเพื่อนๆได้มีกิจการเป็นของตัวเอง ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้มีอาชีพที่ดี "คำถามก็คือคุณยังพอใจที่จะทำงานเพื่อคนอื่น เพื่อแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด ชีวิตขึ้นอยู่กับ ปลายปากกาคนอื่น อยู่อีกหรือเปล่า" ถ้าคุณยังพอใจเช่นนั้น เราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก แต่ถ้าคุณเล็งเห็นแล้วว่า นี่คือโอกาสที่คุณจะสามารถใช้ศักยภาพของตัวเอง สร้างธุรกิจของตัวเอง เป็นเจ้านายตัวเอง ทีมงานของเรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณ ประสบความสำเร็จ ในธุรกิจนี้ได้อย่างง่ายดาย อย่า! อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมให้คุณลาออกจากงานประจำ มาทำกิฟฟารีนเต็มตัวนะ งานประจำคุณก็ทำไป ค่อยๆสร้างธุรกิจที่สองของคุณไปเรื่อยๆ แบ่งเวลามาทำอย่างน้อยก็หลังเลิกงานวันละ 1.5 ชม. หรือเสาร์-อาทิตย์ คุณทำได้ เชื่อผมเถอะ คุณมีศักยภาพ เพียงพอ
อย่าให้เงินคุณสูญเปล่า
ผมน่าจะเคยบอกแล้วว่า ผมเป็นสมาชิกกิฟฟารีน เพราะไม่อยากให้เงินของผมสูญเปล่า
ในชีวิตนี้ผมเสียเงินให้กับร้านค้า และห้างสรรพสินค้าทั่วไป มาร่วมครึ่งชีวิตแล้ว ไม่รู้เป็นเงิน
เท่าไร ?
รู้แต่ว่า หาเงินมาได้ ก็นำมาใช้จ่ายจำพวกสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันนี่แหละ
แล้วก็ซื้อกับร้านค้าทั่วไปนี่แหละ ก็ไม่มากหรอกครับ เพียงแค่ไม่เหลือเก็บก็เท่านั้นเอง
ผมเคยนึกว่า ค่าใช้จ่ายในการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเงินเล็กน้อย กิ๊บ ๆ ก๊าบ ๆ
เดือนละไม่กี่ร้อยบาท หรืออย่างมากก็หลักพัน แต่ลืมคิดว่า มันเป็นค่าใช้จ่ายตลอดชีวิต
ตายนั่นแหละถึงจะหยุดจ่าย
นึก ๆ แล้วก็ให้อิจฉาจอมยุทธ์ นะครับ กระบี่หนึ่งเล่ม หมั่นโถวหนึ่งลูก แล้วก็เหรียญในถุงผ้า
อีกเล็กน้อย แค่นี้ก็นอนโรงเตี้ยมได้อย่างมีความสุข
แต่เราไม่ใช่จอมยุทธ์ แล้วชีวิตจริงก็ไม่ใช่เรื่องแต่งประโลมโลก
สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แป้ง ครีมทาผิว แชมพู ครีมนวด น้ำยาล้างจาน น้ำหอม
โรลออนหรือลูกกลิ้งในภาษาบ้าน ๆ แล้วก็น่าจะมีอะไรที่มากกว่านี้อีกเยอะ หากจะเขียน
ให้ครบ ก็คงไม่ต้องเขียนอะไรแล้วล่ะครับ
แล้วเป็นสมาชิกกิฟฟารีน ไม่ต้องเสียเงินซื้อสิ่งของทั้งหมดที่กล่าวมาหรือไง ?
เสียเงินครับ เพียงแต่มันไม่สูญเปล่า มันได้กลับคืนมาในหลายรูปแบบ ครับ อย่างแรกก็คือ
เราได้ความรู้ว่านอกจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่มีผู้ผลิตซึ่งมักจะเป็นผู้ที่มีเงินเยอะ และมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า ทำหน้าที่ผลิตสินค้า แล้วก็มีพ่อค้าคนกลางรับสินค้า
มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคอย่างเราอีกต่อหนึ่ง
เขาว่ากันว่า หากสินค้านั้นมีต้นทุนในการผลิตประมาณ 40 บาท เมื่อมาถึงมือพ่อค้า
คนกลางแล้วราคาจะเพิ่มเป็น 100 บาท ทันที เปล่าครับ เขาไม่ได้ค้ากำไรเกินควร
หรอก เพียงแต่ว่าในระบบการค้าขายแบบเสรี มันมีการแข่งขันสูง ค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
จำหน่ายสินค้าก็สูงตามไปด้วย เช่น ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการต่าง ๆ ค่าโฆษณา
ประชาสัมพันธ์ แล้วก็อื่น ๆ อีกเยอะ
ซึ่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในกระบวนการค้าขายนั้น ส่วนใหญ่จะถูกผลักภาระมาให้
ผู้บริโภค โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์คุณค่าหรือคุณภาพของสินค้าเกินจริง เพื่อดีดราคา
สินค้าให้สูงขึ้นไป เป็นกระบวนการดึงเงินจากกระเป๋าผู้บริโภคอย่างแยบยล ครับ
แล้วกิฟฟารีน ไม่มีกระบวนการนี้หรืออย่างไร ?
มีครับ มีกระบวนการผลิต มีต้นทุนเหมือนกัน แล้วก็มีโฆษณาประชาสัมพันธ์บ้าง แต่ที่ไม่มี
คือพ่อค้าคนกลางครับ กิฟฟารีนใช้ระบบการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค นั่นคือตัดพ่อค้า
คนกลางออกไป แล้วเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับผู้ผลิต เพื่อใช้สินค้าใน
ราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพหรือคุณค่าที่แท้จริงของตัวสินค้า
นอกจากนั้นแล้ว กิฟฟารีนใช้แผนการตลาดแบบแบ่งปันผลประโยชน์ หากสมาชิกหรือ
หุ้นส่วนคนใด ทำหน้าที่ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือชักชวนให้ผู้บริโภคให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับกิฟฟารีน เมื่อกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว มีการซื้อสินค้าของกิฟฟารีนใช้ เป็นจำนวน
เท่าไร ระบบแผนการตลาดก็จะจัดสรรผลตอบแทนให้กับสมาชิกหุ้นส่วน ตามแผนการ
ตลาดที่กิฟฟารีนกำหนด
อย่างนี้ก็เป็นการบังคับซื้อน่ะสิ
เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยครับ ว่าเป็นสมาชิกแล้วก็ต้องซื้อน่ะสิ ซึ่งผมก็จะตอบว่า กิฟฟารีน
ไม่ได้บังคับให้ซื้อนะครับ แต่กิฟฟารีนบอกว่าถ้าซื้อแล้ว สมาชิกจะได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดกลับคืนอย่างไรบ้าง
ถ้าไม่ซื้อได้ไหม หากคุณไม่ซื้อกิฟฟารีนไม่ว่าอะไร ครับ แล้วก็ไม่ปลด ไม่ไล่คุณออกจากการเป็นสมาชิกหรือเป็นหุ้นส่วน คุณจะยังเป็นหุ้นส่วนกับสมาชิกกิฟฟารีนตลอดไป จนกว่าคุณจะยื่นลาออกเอง ครับ
กิฟฟารีนเป็นเหมือนสหกรณ์ ที่มีกลุ่มผู้บริโภคเป็นหุ้นส่วน และมีคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่
ของบริษัทกิฟฟารีนสกายไลน์ยูนิตี้ ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการสหกรณ์ และควบคุมดูแล
ผลประโยชน์ให้กับหุ้นส่วนทุก ๆ คน
-----------
ถ้าคุณไม่อยากให้เงินของคุณสูญเปล่า
และคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำสบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก หรือเครื่องใช้ส่วนตัวอื่น ๆ ขึ้นเอง
ยังต้องซื้อสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันจากห้างร้านทั่วไป
วันนี้คุณตัดสินใจเป็นหุ้นส่วนสมาชิกกับกิฟฟารีนเถอะครับ
อย่าให้เงินของคุณต้องสูญเปล่า ?
ระบบการทำงานของบ้านยูแคนดู
บ้านยูแคนดู ได้ถูกออกแบบให้รองรับการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต หรือการสร้างธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์ ที่คุณสามารถนั่งทำงานจากที่บ้านของคุณเอง สร้างเครือข่ายโดยไม่ต้องเดินทางออกจากบ้านเลย
ปกติแล้วการสร้างเครื่อข่าย คุณจำเป็นต้องออกจากบ้านไปพบปะผู้คน เพื่อพูดคุย นำเสนอแผนการตลาด นำเสนอ การสาธิตสินค้า เพื่อทำความรู้จัก และสอนวิธีการทำงานให้กับองค์กรเครือข่ายของคุณ แต่วันนี้บ้านยูแคนดู แห่งนี้ ทำให้คุณสามารถทำงานได้ จากที่บ้าน ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเมื่อคุณป้อนรายละเอียดเพื่อสร้างธุรกิจ ร่วมกับ ้บ้านยูแคนดูแล้ว คุณจะได้หมายเลขประจำตัว ของคุณ (reference number : refno) ผมสมมุติว่าคุณได้ refno 99999 นะครับ
ตามตัวอย่างที่ผมสมมุติลิงค์สำหรับใช้ในการโปรโมตหรือแนะนำธุรกิจของคุณคือ
www.you-can-do.net/?refno=99999
เมื่อคุณโปรโมตธุรกิจของคุณ [ ลงชื่อรับเว็บฟรีที่นี่ ] เมื่อมีคนคลิกผ่านลิงค์ที่คุณไปทำโฆษณาไว้ และลิงค์มายังบ้านยูแคนดู สิ่งที่ระบบทำคือ
ระบบจะจำลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า ลิงค์ที่คลิกมานั้น ผ่าน refno ของใครมา และจะจำไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี
ถ้าคนที่คลิกป้อนข้อมูลสมัครสมาชิกบ้านยูแคนดู ระบบจะดึงรายละเอียดของคุณมาเป็นที่ปรึกษาให้โดยอัตโนมัติ และจะมีอีเมล์แจ้งให้คุณทราบทันทีที่มีคนป้อนข้อมูลเข้าระบบ
หลังจากนั้นระบบจะมีอีเมล์ต้อนรับคนใหม่ และอีเมล์แจ้งการประสานงานให้คุณและว่าที่ดาวน์ไลน์ของคุณทราบอีกครั้ง
สมาชิกที่สมัครผ่านลิงค์ของคุณเป็นสิทธิที่คุณสามารถโอนย้ายไปช่วยต่อให้ดาวน์ไลน์ในสายงานได้ ซึ่งคุณสามารถเข้า ไปจัดการในห้องทำงานส่วนตัวของคุณเอง
ดังนั้นถ้าคุณโปรโมตลิงค์ของคุณมาก แนะนำธุรกิจของคุณไว้มาก ๆ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง อาจกำลังมีคนอ่านโฆษณาของคุณอยู่ นับ 100 คน นั่นหมายความว่า ณ ขณะนั้นคุณเองก็กำลังแนะนำเพื่อน ๆ ทำธุรกิจอยู่เป็นร้อย ๆ คนพร้อม ๆ กัน และด้วยการนี้ ในขณะที่คุณกำลังขับรถ ทำงานบ้าน นอน หรือทำธุระส่วนตัว อาจมีคนกำลังป้อนข้อมูลเข้ามาผ่านโฆษณาที่คุณไปทำไว้ .. นั่นคือคุณกำลังสร้างทีมงาน สร้างเครือข่าย ในขณะที่คุณก็กำลังทำอย่างอื่นอยู่ด้วย
นี่คืออานุภาพของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริงครับ..
ที่บ้านยูแคนดู เมื่อคุณเป็นสมาชิกกับบริษัทกิฟฟารีน (giffarine) โดยสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะได้รับรหัสผ่านสำหรับเข้า ใช้งานในห้องทำงานส่วนตัวของคุณ ที่ซึ่งคุณสามารถจัดการทุกอย่างกับองค์กรเครือข่ายของคุณ บริหารจัดการจากโปรแกรม ที่เรามีให้คุณได้ใช้ในการจัดการ สายงานของคุณได้อย่างสะดวกสบาย เช่นการส่ง email ติดต่อประสานงาน , การวาดผังองค์กรสายงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ปกติแล้วการสร้างเครื่อข่าย คุณจำเป็นต้องออกจากบ้านไปพบปะผู้คน เพื่อพูดคุย นำเสนอแผนการตลาด นำเสนอ การสาธิตสินค้า เพื่อทำความรู้จัก และสอนวิธีการทำงานให้กับองค์กรเครือข่ายของคุณ แต่วันนี้บ้านยูแคนดู แห่งนี้ ทำให้คุณสามารถทำงานได้ จากที่บ้าน ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเมื่อคุณป้อนรายละเอียดเพื่อสร้างธุรกิจ ร่วมกับ ้บ้านยูแคนดูแล้ว คุณจะได้หมายเลขประจำตัว ของคุณ (reference number : refno) ผมสมมุติว่าคุณได้ refno 99999 นะครับ
ตามตัวอย่างที่ผมสมมุติลิงค์สำหรับใช้ในการโปรโมตหรือแนะนำธุรกิจของคุณคือ
www.you-can-do.net/?refno=99999
เมื่อคุณโปรโมตธุรกิจของคุณ [ ลงชื่อรับเว็บฟรีที่นี่ ] เมื่อมีคนคลิกผ่านลิงค์ที่คุณไปทำโฆษณาไว้ และลิงค์มายังบ้านยูแคนดู สิ่งที่ระบบทำคือ
ระบบจะจำลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า ลิงค์ที่คลิกมานั้น ผ่าน refno ของใครมา และจะจำไว้เป็นระยะเวลา 1 ปี
ถ้าคนที่คลิกป้อนข้อมูลสมัครสมาชิกบ้านยูแคนดู ระบบจะดึงรายละเอียดของคุณมาเป็นที่ปรึกษาให้โดยอัตโนมัติ และจะมีอีเมล์แจ้งให้คุณทราบทันทีที่มีคนป้อนข้อมูลเข้าระบบ
หลังจากนั้นระบบจะมีอีเมล์ต้อนรับคนใหม่ และอีเมล์แจ้งการประสานงานให้คุณและว่าที่ดาวน์ไลน์ของคุณทราบอีกครั้ง
สมาชิกที่สมัครผ่านลิงค์ของคุณเป็นสิทธิที่คุณสามารถโอนย้ายไปช่วยต่อให้ดาวน์ไลน์ในสายงานได้ ซึ่งคุณสามารถเข้า ไปจัดการในห้องทำงานส่วนตัวของคุณเอง
ดังนั้นถ้าคุณโปรโมตลิงค์ของคุณมาก แนะนำธุรกิจของคุณไว้มาก ๆ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง อาจกำลังมีคนอ่านโฆษณาของคุณอยู่ นับ 100 คน นั่นหมายความว่า ณ ขณะนั้นคุณเองก็กำลังแนะนำเพื่อน ๆ ทำธุรกิจอยู่เป็นร้อย ๆ คนพร้อม ๆ กัน และด้วยการนี้ ในขณะที่คุณกำลังขับรถ ทำงานบ้าน นอน หรือทำธุระส่วนตัว อาจมีคนกำลังป้อนข้อมูลเข้ามาผ่านโฆษณาที่คุณไปทำไว้ .. นั่นคือคุณกำลังสร้างทีมงาน สร้างเครือข่าย ในขณะที่คุณก็กำลังทำอย่างอื่นอยู่ด้วย
นี่คืออานุภาพของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริงครับ..
ที่บ้านยูแคนดู เมื่อคุณเป็นสมาชิกกับบริษัทกิฟฟารีน (giffarine) โดยสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะได้รับรหัสผ่านสำหรับเข้า ใช้งานในห้องทำงานส่วนตัวของคุณ ที่ซึ่งคุณสามารถจัดการทุกอย่างกับองค์กรเครือข่ายของคุณ บริหารจัดการจากโปรแกรม ที่เรามีให้คุณได้ใช้ในการจัดการ สายงานของคุณได้อย่างสะดวกสบาย เช่นการส่ง email ติดต่อประสานงาน , การวาดผังองค์กรสายงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำนาบนหลังคน กินแรง ลูกโซ่ ...คำถามยอดฮิต
คำถามหนึ่ง ที่เรามักจะได้รับคำถามอยู่เรื่อย ๆ นั่นคือ
ความรู้สึกของคนสมัครมาทีหลัง ที่มักจะรู้สึกว่า ..
สมัครไป ทำงานไป คนมาก่อน หรืออัพไลน์ ก็ได้เงินไป สิ..
เขาก็ทำนาบนหลังคน อยู่สบาย ๆ ...
หรือ มันเป็นธุรกิจ กินแรงไหม ..
เมื่อได้รับคำถามแบบนี้ แล้วผมมักจะเริงร่า และดีใจ ที่จะได้ตอบ
นัยหนึ่ง ผมเชื่อว่า หากเราสามารถเคลียร์ เรื่องราวเหล่านี้ออกจากความรู้สึกของเขาได้
ธุรกิจ เครือข่าย อาจเป็นธุรกิจ อีกตัวหนึ่ง ที่เขาตัดสินใจ จะทำควบคู่ กับงานอื่น ๆ
เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของเขาอีกทางหนึ่ง ก็เป็นได้
แนวทางที่ผมใช้ตอบคำถาม คือการเคลียร์แผนการตลาดเล็ก ๆ ให้เขาฟัง
และคิดคำนวณรายได้ให้ดูเลยว่าจะเกิดรายได้อย่างไร และ
คนมาก่อน หรืออัพไลน์ กับคนมาหลัง หรือดาวน์ไลน์ ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ...
มาดูกันครับ
สมมุติ การต่อสายงาน เป็นตามรูป และทุกคนยังไม่มีตำแหน่งเลย เป็นคนใหม่หมด
นาย A , ก , ข , ค ไม่ซื้อสินค้าใช้ ด้วยแต่ละคนคิดว่า ให้ข้างล่างทำงาน แล้วฉันจะได้เงิน
ส่วนนาย ง เมื่อสมัครเข้ามาแล้วก็ทำธุรกิจ ด้วยคิดว่า นี่เป็นธุรกิจของฉันเอง และทำงานเต็มที่
เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองเติบโต และในเดือนนั้น มียอดธุรกิจเข้ามา 9,000 PV
มาดูรายได้ ที่เกิดขึ้นกันครับ
คำนวณรายได้ตามแผนการตลาดของกิฟฟารีน เราจะสรุปได้ว่า
นาย ง จะขึ้นตำแหน่ง ซิลเวอร์สตาร์
และคำนวณรายได้ ดังนี้
0-1500 แรกใช้ในการขึ้นตำแหน่งบรอนซ์สตาร์
1501 - 9000 PV คิดได้ 7500 PV x 10% = 750 บาท
นาย ค. จะขึ้นตำแหน่งซิลเวอร์สตาร์ จากการดันสายงานอัพไลน์ ตามแผนการตลาด
ของกิฟฟารีน แต่จะไม่มีรายได้ ..
ในขณะที่ นาย A , ก , ข ยังเป็น สตาร์ และ ไม่มีรายได้ ใด ๆ ทั้งสิ้น ..
,,,,,,,,,
ภาพการต่อสายงานในแนวดิ่ง และคำนวณให้เห็นผลประโยชน์แบบนี้
จะทำให้เราตอบคำถาม ของคำว่า ทำนาบนหลังคน หรือ กินแรง ได้เป็นอย่างดีครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
เกษียณสุข เกษียณเศร้า เราเลือกเอง
เรื่องเกษียณ เกษียณ...
ก่อนนี้ได้ยินเรื่องเกษียณผมยังมองว่า เรายังมีเวลาอีกนาน ที่จะคิดเรื่องนี้ ....
วันเวลาผ่านไปไม่นานนัก เหมือนเรื่องราว ที่ว่าไกล กลับเดินทางเข้าหาเรา เร็วกว่าที่คิดไว้...
สังคมรอบข้าง ผู้คนรอบกาย พูดและเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ฟังเรื่อย ๆ ...
และเมื่อคิดตามเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง ผมเองก็ตระหนักว่า อีกไม่นานนักหรอก เวลาของเราจักต้องมาถึง..
และสถานการณ์ของเรา ณ วันนั้นจะเป็นเช่นใดหนอ ...
สำหรับคนทำงานประจำ เรื่องเกษียณ วันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเขาเราท่านเลย
หากแต่เป็นเรืองที่เราท่านจักต้องใส่ใจ และวางแผนไว้สำหรับชีวิตในวันข้างหน้า ..
เกษียณ สำหรับบางคน อาจมองว่า เกษียณตัวเองจากการทำงานประจำ
เกษียณ สำหรับบางคน อาจหมายความว่า เกษียณตัวเองจากธุรกิจของตัวเอง ยกให้กับชนรุ่นหลัง
และ เกษียณ อีกสำหรับหลาย ๆ คน คือเกษียณเมื่อายุ 60 หมดวาระการทำงานตามกาลเวลา
มีหนังสือให้เราได้ หยิบมาอ่าน มาศึกษา ที่เขียนเกี่ยวกับการเกษียณ มากมาย
เกษียณเร็ว เกษียณรวย เกษียณอย่างไรให้มีความสุข ...
วันนี้คุณวางแผนสำหรับตัวเองบ้างหรือยัง ...
วันก่อนได้คุยกับพี่ท่านหนึ่ง คุยกันเกี่ยวกับระยะเวลาหลังเกษียณในวัย 60 กว่า...
เป็นประสบการณ์ตรงจากการดำเนินชีวิต ให้แนวคิดและมุมมองไว้น่าคิดทีเดียวครับ ...
คราอายุน้อย หลายคนมองว่า ยังมีเวลาให้เดินทางอีกยาวไกล จะรีบวางแผนไปถึงไหน
คราอายุปานกลาง หลายคนบอกว่า ยังมีเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตปัจจุบันมากมาย เรื่อง อนาคต เดี๋ยวค่อยว่ากัน เอาเรื่องปัจจุบันให้รอดก่อน
และเมื่อวันเวลามาถึง ... ตระหนกและตกตะลึง กับสิ่งที่ตัวเองเผชิญ... ตายแล้ว ... ฉันจะทำอย่างไรดี ...
วันนี้ สำหรับคนทำงานประจำ ตระหนักไว้เถอะครับว่า เรื่องเกษียณ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลย
หากแต่เป็นเรื่องที่เราท่านจักต้องใส่ใจ และวางแผนไว้สำหรับวันนั้น ...
ส่วนคุณจะเกษียณก่อนวันเวลา หรือเกษียณตามวันเวลา นั่นคือสิ่งที่คุณเลือกและวางแผนไว้ ...
วันนี้ผมขอเขียนถึงการเกษียณเมื่อวัย 60 และวันเวลาหลังจากนั้น ...
ชีวิตในวัยหลังเกษียณเท่าที่ผมได้เสวนากับเพื่อนรุ่นพี่ ท่านบอกว่า หากไม่มีกิจกรรมให้ทำ จะเหงามาก และจำต้องปรับตัวตามภาวะของชีวิต พอสมควร
จากเดิมตื่นนอนตอนเช้า ขับรถไปทำงาน
วันนี้ ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน นั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ สาย ๆ หน่อย ทานข้าว และพักผ่อน ..
เหมือนจะมีความสุขและสบายเหลือคณา แต่ชีวิต หากไร้เพื่อนและสังคม ผู้คนกลับเปลี่ยวเหงา
และโรคซึมเศร้าเริ่มเข้ามาเยือน หากไม่มีลูกหลานมาเยียวยา ..
วันสุดท้ายของชีวิตเดินทางมาถึงไวกว่าที่คิดไว้เยอะ ...
แบบนี้เรียกว่า เกษียณ สุขชั่วคราว เศร้าถาวร ...
ยังไม่มองถึงค่าใช้จ่าย หรือรายรับ รายได้ ที่ใช้สำหรับชีวิตประจำวัน เอาแค่เรื่องการดำเนินชีวิตให้สุข ก็มองได้หลายมุม ...
จะดีไหมหากหลังเกษียณ ตามวัยแล้วคุณสามารถเดินทางท่องรอบโลกได้ ...
จะดีไหมหากหลังเกษียณตามวัยแล้วคุณสามารถเลือกโรงแรมไปนั่งจิบกาแฟยามเช้าได้สบาย ๆ
โดยไม่ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่าย
จะดีไหมถ้าช่วงชีวิตที่เหลือของคุณ ดำเนินชีวิตได้โดยไร้ซึ่งกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สำหรับการรักษาพยาบาล สำหรับการใช้ชีวิต และท่องเที่ยว ...
เพื่อนรุ่นพี่คนนี้บอกว่าฉันเกษียณมาได้เงินมาก้อนหนึ่ง หากผมจะบอกคุณว่าประมาณ 5-8 ล้านบาท
จากการทำงานมาตลอดชีวิต ..
ก่อนนี้ผมมอง เงินก้อนนี้ว่ามากมายเหลือคณา เงินล้านชีวิตนี้จะมีโอกาสได้สัมผัสไหมหนอ ..
ชีวิตเราจะไปหาเงินล้านได้จากไหน แต่สำหรับพี่คนนี้บอกว่า จะไปพอใช้อะไร กับชีวิตปัจจุบัน ...
วันนี้ ผมเริ่มตระหนักแล้วว่าเงินล้านปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะหยิบฉวย และไม่ได้มากมายอย่างที่เคยรู้สึกมาก่อนเลย ...
สมมุติคุณเกษียณ แล้วมีเงินเก็บไว้สัก 5 ล้านบาทจากเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือจากอะไรก็แล้วแต่ ...
5 ล้านบาทกับวันเวลาที่เหลือของชีวิตคุณ คุณคิดว่าเพียงพอที่จะใช้สอยไหม
คุณใช้เดือนละ 20000 ตกปีละ 240000 บาท
ภายใน 20 ปี เงิน 5 ล้านจะหมด ..
นี่ไม่รวม ค่าใช้จ่ายยามจำเป็นเจ็บไข้ได้ป่วย
ซึ่งในวัยหลังเกษียณเป็นวัยที่ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลพอสมควร
ไม่รวมค่าใช้จ่ายเมื่อคุณอยากเดินทางท่องเที่ยว หาความสำราญให้กับชีวิต
ไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานของคุณเมื่อยามอยากแบ่งปัน ...
เงิน 5 ล้านถูกแบ่งซอย แบ่งใช้ แบ่งจ่ายออกไปทุกวัน ไม่นาน.... มันคงพร่องจนคุณตระหนัก
และอาจเป็นกังวล ... ฉันจะทำอย่างไรดีกับชีวิตที่เหลือ ....
วันนี้จะดีไหมครับ หากวันเวลาหลังเกษียณจะมีกิจกรรม สบาย ๆ กับสังคมแห่งมิตรภาพให้คุณได้สัมผัส
กับสังคมคนมองโลกในแง่ดี ๆ และคุณก็เป็นคนหนึ่งที่นำเรื่องราวเหล่านี้มาแบ่งปัน ในสังคมแห่งนั้น
คุณได้รับการยอมรับ ได้รับการเชิดชู ได้รับคำชม เป็นผู้คนที่มีคุณค่าในสังคม สังคมหนึ่ง ...
และคุณมีรายได้ ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ....
ทุก ๆ เดือนคุณจะใช้เงินอย่างไรในวัยเกษียณของคุณ ...
ลองจินตนาการชีวิตในวัยเกษียณอีกมุมหนึ่งนะครับ ....
หากคุณปรารถนา ชีวิตในวัยเกษียณเฉกเช่นนี้ ธุรกิจเครือข่ายสามารถตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้
โดยเฉพาะที่กิฟฟารีน ผมเชื่อมั่นเหลือเกินที่บ้านแห่งนี้สามารถตอบสนอง และตอบโจทย์ชีวิตคุณ ๆ ได้เป็นอย่างดี ...
อยู่ที่มุมมองของคุณเอง คุณมองกิฟฟารีนแบบไหน
หากคุณมองว่าเป็นธุรกิจ ขายตรงเล็ก ๆ ขายของเอากำไรไปวัน ๆ นั่นก็ไม่ผิด ครับ
หากคุณมองว่าเป็นธุรกิจขนาดกลาง พอประมาณ ที่สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวหนึ่ง
เดือนละหมื่น สองหมื่นบาท ก็ไม่ผิดอีกเช่นกันครับ
หรือคุณจะมองว่า กิฟฟารีนคือเครื่องมือ ที่จะสร้างรายได้ให้กับคุณ คือเครื่องมือที่จะช่วยให้ชีวิตในวัยเกษียณของคุณดำเนิน และเดินทางได้ง่ายขึ้น
สามารถสร้างรายได้หลัก ห้าหมื่นบาท แสนบาท และเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้สบาย ๆ
อยู่ที่คุณเลือกมอง และเลือกทำครับ .....
เพราะหากคุณมองเล็ก คุณก็จะทำเล็ก คุณมองใหญ่คุณจะวางแผนและสร้างเรื่องใหญ่ ๆ ขึ้นมา
และนั่นคือสิ่งที่คุณเลือกสำหรับโจทย์ชีวิตของคุณเอง
ลองจินตนาการดูว่า
และทำบ้างไม่ทำบ้าง อีก 10 ปี หรือ 15 ปีคุณเป็นพาราไดซ์
( เป็นพาราไดซ์ที่ทำงานแบบเต่า เต่า นะครับ คือช้ามาก ปกติพาราไดซ์เขาทำกันไม่เกิน 5 ปี )
จะใช้เวลากี่ปีก็ไม่เป็นไรครับ สมมุติว่า ทำมา 10 ปีเป็นพาราไดซ์
ที่ตำแหน่งพาราไดซ์คุณจะมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท เป็นอย่างต่ำ
และวันนั้นคุณอายุ 60 ปีพอดีเลย .......
จะดีไหมครับหากคุณเกษียณจากงานประจำ แต่มารับรายได้จากกิฟฟารีนเดือนละกว่า ห้าหมื่นบาท ...
เป็นวิถีชีวิตที่คุณออกแบบเอง ...
เป็นวิถีชีวิตที่ไร้กังวลเกี่ยวกับรายจ่าย เป็นวิถีชีวิตที่มีกิจกรรมให้คุณได้ร่วมตลอดเวลา ตราบเท่าที่คุณต้องการ มีสังคมดี ๆ อยู่กับผู้คนมากมาย ...
มองเห็นไหมว่า กิฟฟารีนตอบโจทย์อะไรคุณได้บ้าง เพียงแต่
วันนี้คุณเข้าใจ และมองกิฟฟารีนแบบไหน เท่านั้นเอง...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
|
|
| สมัครสมาชิก giffariner |
| เยี่ยมชมกลุ่มนี้ |







