เพื่อการดูแลผิวหน้าที่ถูกต้องให้เหมาะกับแต่ละผิว เราจึงควรทราบว่า ผิวแต่ลักษณะมีความแตกต่างกันอย่างไร
สิ่งที่ควรสังเกต
- คุณลักษณะของผิว
- สีผิว
- ขนาดรูขุมขน
- ริ้วรอย
- เส้นเลือดฝอย
- กระ ฝ้า จุดด่างดำ
- สิวอักเสบ และสิวอุดตัน
คุณลักษณะของผิว
ประเภทของผิวคือสิ่งที่แต่ละคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด ตามลักษณะของเขื้อชาติ และพันธุกรรม เราแยกประเภทผิวออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ
1. ผิวแห้ง คือผิวหน้าที่มีความแห้งตลอดทั่วทั้งใบหน้า ไม่ปรากฎความมันวาว รูขุมขนขนาดเล็ก อาจมีริ้วรอยที่เกิดจากความแห้งกร้าน เช่นบริเวณหน้าผาก จมูก หรือข้างแก้ม ลักษณะเด่นของผิวแห้ง คือ
- ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องสำอางกลุ่มมอยซ์เจอไรเซอร์
- ดูแลได้ง่ายกว่าผิวมัน
- เกิดริ้วรอยอันเกิดจากความแห้งกร้านได้ง่าย
- ผิวแห้ง แตกเป็นขุย
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมล้างหน้าและโทนเนอร์
2. ผิวผสม ผิวมันบริเวณทีโซน และแห้งหรือธรรมดาบริเวณข้างแก้ม เมื่อสังเกตใกล้ๆ จะเห็นรูขุมขนกว้างบริเวณจมูก ข้างแก้ม และคาง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ต้องดูแลผิวใน 2 บริเวณที่แตกต่างกัน คือต้องไม่บำรุงมากเกินไปบริเวณทีโซนเนื่องจากอาจทำให้เกิดสิวได้ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณแก้ม หรือบริเวณอื่นๆ ที่รู้สึกแห้งตึง
3. ผิวมัน ผิวมีความมันวาวทั่วทั้งใบหน้า สังเกตเห็นรูขุมขนกว้างได้เกือบทั่วทั้งหน้า ควรเน้นการดูแลผิวในขั้นตอนการทำความสะอาดเพื่อลดการอุดตัน ลักษณะเด่นของผิวมัน คือ
- ต้องการการทำความสะอาดล้ำลึก
- มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย และมีรูขุมขนขนาดใหญ่
- เกิดริ้วรอยอันเกิดจากความแห้งได้น้อย
- ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำมันเพราะอาจทำให้เกิดสิวได้
การดูแลผิวจำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ตามคุณลักษณะของผิวเป็นหลัก เพราะหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม บางครั้งอาจเกิดผลเสียขึ้นได้ เช่น เป็นสิว ผดผื่น คัน หรือแห้งลอกเป็นขุย
หน้าหลัก
ยินดีต้อนรับนักธุรกิจออนไลน์ทุกท่าน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Beauty แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Beauty แสดงบทความทั้งหมด
รังสียูวี (UV) ภัยร้ายใกล้ตัว
รังสียูวีสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชนิดตามความยาวคลื่น ได้แก่
UVA ความยาวคลื่น 320 - 400 mm สามารถทะลุทะลวงผ่านเข้าชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ก่อให้เกิดผิวคล้ำ ฝ้า กระ รวมถึงการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวเกิดความเหี่ยวย่น ไม่ยืดหยุ่น หรือเกิดความร่วงโรยของผิวนั่นเอง
UVB ความยาวคลื่น 290 - 320 mm สามารถผ่านชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ด้านบน รังสี UVB นี้เป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดด สีผิวเข็มขึ้น ระคายเคือง และอักเสบได้
UVC ความยาวคลื่น 200 - 290 mm รังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซนในบรรยากาศเหนือผืนผิวโลก จึงลงมาไม่ถึงผิวของเรา ซึ่งนับว่าโชคดี เพราะ UVC คือตัวการที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้มากที่สุด
แต่ก็ใช่ว่าแสงแดดจะให้โทษแต่เพียงอย่างเดียว เพราะจริงๆแล้ว แสงแดดมีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะแสงแดดให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ฆ่าเชื้อโรค แล้วยังช่วยให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีที่จำเป็นมากๆ ในการดูดซึมแคลเซียมด้วย อย่างไรก็ตามเราควรเลือกช่วงเวลาที่จะโดนแดดนั่นก็คือ ในช่วงเช้าก่อน 8 โมงเช้า และช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดมากที่สุดก็คือช่วง 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น
http://www.you-can-do.net/?refno=61342
UVA ความยาวคลื่น 320 - 400 mm สามารถทะลุทะลวงผ่านเข้าชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ก่อให้เกิดผิวคล้ำ ฝ้า กระ รวมถึงการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวเกิดความเหี่ยวย่น ไม่ยืดหยุ่น หรือเกิดความร่วงโรยของผิวนั่นเอง
UVB ความยาวคลื่น 290 - 320 mm สามารถผ่านชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ด้านบน รังสี UVB นี้เป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้แดด สีผิวเข็มขึ้น ระคายเคือง และอักเสบได้
UVC ความยาวคลื่น 200 - 290 mm รังสีนี้จะถูกดูดซับโดยชั้นโอโซนในบรรยากาศเหนือผืนผิวโลก จึงลงมาไม่ถึงผิวของเรา ซึ่งนับว่าโชคดี เพราะ UVC คือตัวการที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้มากที่สุด
แต่ก็ใช่ว่าแสงแดดจะให้โทษแต่เพียงอย่างเดียว เพราะจริงๆแล้ว แสงแดดมีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะแสงแดดให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ฆ่าเชื้อโรค แล้วยังช่วยให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีที่จำเป็นมากๆ ในการดูดซึมแคลเซียมด้วย อย่างไรก็ตามเราควรเลือกช่วงเวลาที่จะโดนแดดนั่นก็คือ ในช่วงเช้าก่อน 8 โมงเช้า และช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดมากที่สุดก็คือช่วง 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น
http://www.you-can-do.net/?refno=61342
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
|
|
| สมัครสมาชิก giffariner |
| เยี่ยมชมกลุ่มนี้ |